จากลิเวอร์พูล สู่ ช่องเขาขาด ตอนที่ 4/5
Cyril Lane ออกเดินทางจาก ลิเวอร์พูล แวะที่ แอฟริกาใต้ อินเดีย สิงคโปร์ และ เข้ามาในไทย เพื่อ สร้างทางรถไฟสายมรณะ ได้เล่าเรื่องราวระหว่างอยู่ในไทยจนสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุด
เราออกจากสิงคโปร์โดยทางรถไฟ ในเดือน ตุลาคม เพื่อไปสมทบกับ อีกกลุ่มที่อยู่ที่ปลายทางแล้ว ที่พร้อมแล้วที่จะสร้างจากทางใต้ไปพม่า ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทาง 450 กิโลเมตร เราอยู่อัดกันแน่นในรถขนข้าวมีเพียงประตูสไลด์ มันร้อนมากในเวลากลางวัน และ ค่อนข้างเย็นในเวลากลางคืน เราเดินทางอย่างนี้สี่วัน
ระหว่างทาง ในเย็นวันหนึ่งเราจอด ฉันกับเพื่อน ไปเอาข้าวจากโรงครัวข้างๆ รถบรรทุก และกลับมาที่รถไฟ ฉันย่ำลงไปในโคลน ทำให้รองเท้าบูทจมไปในโคลนที่หนาสัก12 นิ้วเห็นจะได้ เลยต้องเดินเท้าเปล่าบนไม้หมอนรถไฟ กลับมาประมาณ 100 หลา เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวด แต่มันก็ยังดีฉันมีรองเท้าสำรองที่ทางกาชาดให้มา
หลังจากมาถึงหนองปลาดุกสองสามวัน เราก็เริ่มเดินเท้าต่อไป ยังท่าเสา ซึ่ง จะเป็นค่ายที่เราจะใช้เวลาที่นั่นขณะที่อยู่ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ระยะทางประมาน 125 กิโลเมตร หรือ ประมาน190ไมล์ และแล้วเราก็มาถึงท่าเสา ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2485 ในวัน Remembrance Day
งานแรกของเรา คือสร้างที่พักของเราด้วยไม้ไผ่และ ใช้ใบกล้วยแห้งๆ ทำหลังคา กระท่อมแต่ละหลัง ยาวประมาน 25 หลา และ ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกทำเป็นเตียง ต่อมาก็เป็นการถางป่า ใช้ช้างขนของหนักๆ ออกไป ต่อจากนั้นรางรถไฟจะถูกวางลงไป ซึ่งหมายถึงว่าเราต้องขุดและขนดินโดยใช้ตะกร้าสาน
เรือล่องมาตามแม่น้ำเพื่อลำเลียงอุปกรณ์ ซึ่งเราก็ต้องช่วยกันขนออกจากเรือท่ามกลางแดดร้อนระอุ ทำให้เราเหนื่อยมาก ถ้ามีโอกาสเราก็จะไปจุ่มๆ ตัวลงในน้ำเพื่อคลายร้อนกันสักหน่อย
ข้าวเป็นอาหารหลักที่เรามี ทีเหลือก็ผลผลิตที่หาได้ในท้องถิ่น น้อยครั้งมากนะที่เราจะได้กินเนื้อหมู หรือปลา ซึ่งมันทำให้อาหารมีรสชาดขึ้นมาสักหน่อสภาพที่ย่ำแย่แบบนี้ทำให้ผู้คนล้มป่วย ส่วนใหญ่ก็โรคบิดและมาเลเรีย และก็ไม่มีควินินเพียงพอสำหรับรักษาผู้ป่วยมาเลเรีย ฉันก็ไม่คิดว่ามีวิธีรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคบิด มีเพียงแต่ข้าวบด เป็นอาหารเพียงชนิดเดียวที่เราได้รับ
แขนขา ที่มีแผลผุพอง แพร่กระจายไป โดยเฉพาะกับคนที่ต้องตัดแขนระดับเหนือข้อศอก ถ้าจำเป็น มีแต่น้ำเกลือและผงไอโอดีนเท่านั้นที่พอจะมีให้ใช้ แต่ก็ไม่เพียงพอ
น้ำดื่มน้ำใช้ของพวกเราล้วนแต่มาจากแม่น้ำ เราใช้น้ำต้มเพื่อดื่ม ทำอาหาร และ ทำแผล เรามักจะไปที่แม่น้ำเป็นคู่ๆ เพื่อที่ว่า ขณะที่คนหนึ่งอาบน้ำ อีกคนจะช่วยไล่ปลาที่จะเข้ามาตอดแผลผุผองของเรา
มีหลายครั้งที่เราขึ้นไปทำงานทางต้นน้ำ และ มีครั้งหนึ่งเราอยู่ในเรือสามลำ ซึ่งถูกลากด้วยด้วยมอเตอร์ เชือกที่ผูกโยงกับเรือ ขาดในท่ามกลางสายน้ำที่ไหลเชี่ยว และเราเห็นแค่ฝั่งน้ำทั้งสองด้าน ฉันก็เตรียมพร้อมที่จะว่ายน้ำ แต่โชคดีนะเชือกสามารถกลับมาเชื่อมกันได้
หลังจากครอบครองสิงคโปร์ได้แล้ว ญี่ปุ่นก็รุกรานอินโดนีเซียซึ่งขณะนั้นอาณานิคมของดัชช์ ทำให้ดัชช์และคนอินโดนีเซียถูกส่งมาประเทศไทย บางคนก็มาอยู่กับพวกเรา กลุ่มของเราเลยเป็นกลุ่มที่ผสมผสานหลายสัญชาติ ทั้ง พวกออกสเตรเลีย อเมริกัน แต่พวกเราก็เข้ากันได้ดีนะผู้คุมของเราทั้งหมดเป็นคนเกาหลี พวกนี้ถูกบังคับให้ร่วมกับญี่ปุ่นเมื่อเกาหลีอยู่ภายใต้อาณัติของญี่ปุ่น พวกนี้ใช้วิธีลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีบ้างเตะบ้าง ตามแต่ความพอใจ
เราต้องเข้าแถวเป็นสามแถว แถวละสิบคน แล้วก็นับหนึ่งถึงสิบเป็นภาษาญี่ปุ่น หลายครั้งที่คนข้างหลังจากเพิ่มการนับเป็น แจ๊ค แหม่ม คิง ซึ่งก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะต่อกระซิก อีก14คนจากค่ายอื่นถูกส่งไปทางใต้ข้ามไปพม่า หลังจากนั้น คนที่อยู่ในแถวบางส่วนก็ถูกส่งไปพม่าเช่นกัน ฉันรู้สึกว่าทางรถไฟจะเสร็จต้นๆปี 2487 เมื่อเชลยศึกถูกส่งมาทีนี่เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทุกที และบางส่วนก็ต้องอยู่เป็นส่วนบำรุงรักษา
พวกเราส่วนใหญ่ที่อยู่ท่าเสาถูกส่งไปที่ค่ายใหญ่ที่ช่องไก่ ห่างไปประมาน 100 ไมล์ คราวนี้เราเดินทางโดยรถไฟ ค่ายที่เราอยู่ที่ท่าเสานี้จะมีอีกกลุ่มซึ่งมาจากเหนือขึ้นไปสักหน่อย ที่เก่าของพวกเขามีสภาพย่ำแย่เต็มไปด้วยปัญหา หมอพยายามทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ว่าอุปกรณ์ไม่เพียงพอ
ครึ่งแรกของปี 2487 เป็นครั้งแรกที่มีจดหมายชุดแรกเข้ามา ฉันได้รับจดหมายจากไอวี่ และ ช่าวดีที่สุดที่ได้รับคือ ซินเทีย คลอดแล้วอย่างปลอดภัย จดหมายลงวันที่เดือน พฤษภาคม 2485 ใช้เวลาสองปีกว่าจะมาถึงฉัน ฉันโชคดีมากที่ได้รับจดหมายสามฉบับพร้อมกัน พร้อมกับรูปของไอวี่และเจ้าตัวน้อยซินเทียของฉัน พวกเราที่โชคดีที่ได้รับจดหมาย รู้สึกเห็นใจกับคนที่ได้ไม่ได้รับจดหมายจากทางบ้าน แต่ก็มีจดหมายที่เดินทางนานแสนนานจากอังกฤษทะยอยมา ก็คงช่วยพวกเค้าได้บ้าง
บางคนก็ขายสมบัติส่วนตัวที่พอจะมีติดตัวอยู่บ้าง บางคนก็มีแหวนหลายวง พวกนี้ก็จะหลบหนีจากค่ายตอนกลางคืน
โดยคลานรอดเส้นลวด ซึ่งก็มีความเสี่ยง จอร์จจะหนีออกไปบ่อยมาก เค้าขายแหวนแต่งงานให้ฉัน และ ก็ เหรียญรางวัลฟุตบอลทองเหลือง ซึ่งฉันขัดฝุ่นออกทำให้มันดูคล้ายทองมากที่สุด
กระบวนการพวกนี้แหระ ที่ทำให้บางคนในกลุ่มพวกเราสามารถซื้อจากพ่อค้าพื้นเมืองสองสามคนที่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาในค่าย ส่วนมากก็จะเป็นไข่ต้มและของอื่นซึ่งทำจากพริกและสมุนไพร ซึ่งมันก็ช่วยให้ข้าวของเรามีรสชาดขึ้นมาสักหน่อย ขณะที่เรายังมีเงินเหลือ ฉันมีผ้าห่มขนาดห่มได้สองคน ฉันตัดแบ่งครึ่งให้แฟรงค์ บาสซัน ซึ่งเป็นเพื่นที่เราเดินทางมาด้วยกันตั้งแต่ปี 2483 เขาขายผ้าห่มขนาดห่มได้คนเดียวไป เราเลยแบ่งกัน
พวกเราต่างดีใจเมื่อได้ข่าวว่ากาชาดจะส่งของมาให้ และแล้ววันนั้นก็มาถึง พวกเราคาดหวังว่าเราน่าจะได้สิ่งของคนละหนึ่งชุด แต่เปล่าหรอก หนึ่งชุดเราต้องแบ่งกันสามคน กาชาดส่งมาให้เราสามรอบ แต่ละรอบก็เหมือนเดิม หนึ่งชุดแบ่งกันสามคน ถึงกระนั้นก็ตามเราก็ยังมีชาให้ดื่มกับถั่วกระป๋อง ทำให้ค่อยมีรสชาดขึ้นสักหน่อย
ปลายปีนั้น เนื่องจากว่าไม่ต้องการกำลังคนมากในประเทศไทย คนที่แข็งแรงถูกส่งไปสิงคโปร์เพื่อต่อไปทำงานที่ญี่ปุ่น เรือพวกนี้ไม่ได้ติดป้ายว่า มีเชลยศึกอยู่ด้วย ระหว่างทางจึงถูกอเมริกันจมเรือพวกนี้ ความเสียหายยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเราสูญเสียพวกเราไป 95 คน
ปี 2487 มาถึงแล้วสภาพต่างยังไม่มีอะไรดีขึ้น หลายคนไม่สามารถจะรับต่อไปได้ พวกเขาได้แต่ถอดใจ ฉันก็ยังโชคดีแม้จะมีอาการโรคบิดและมาเลเรีย ฉันมีแผลติดเชื้อจากการกดทับด้วยแต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายมากนัก ขาของฉันเป็นแผลผุผองโดยปราศจากการดูแลอย่างเหมาะสมนั่นก็เป็นปัญหาปกติ
เพื่อผ่อนคลายแรงกดดันที่ค่ายช่องไก่ มีการสร้างค่ายย่อยใกล้ๆ เพื่อย้ายกลุ่มเล็กๆไปที่นั่นในเดือนมีนาคม ขณะนั้นสงครามในยุโรปเริ่มรุนแรงขึ้น เราได้ข่าวบ้างจากไร่องุ่น เราทำเสารับสัญญานวิทยุขึ้น คนพื้นเมืองก็ดูเป็นมิตรกับพวกเรา ส่งสัญญานรูปตัววีให้เราขณะเราผ่านไปมาจากทำงาน ทำให้เรามีความหวังแม้ว่าเราจะหวาดกลัว ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกพันธมิตรเริ่มบุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เราอยู่นี่
พวกเราไม่รู้เลยว่าญี่ปุ่นปฎิเสธที่จะยอมจำนน หรือ ว่าต่อมามีการทิ้งระเบิดปรมาณู เมื่อเรารู้ในภายหลัง เราเริ่มเข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มๆ พื้นเมือง ดูตื่นเต้น และ ชี้ขึ้นท้องฟ้าทำเสียงต่างๆมากมาย
ผู้บัญชาการค่ายมาถึงด้วยชุดทหารเต็มยศ และ กล่าวว่า สงครามสิ้นสุดแล้ว ให้อยู่กันในค่ายก่อน และเขาก็โค้งให้เรานิดๆ และก็เดินกลับไป
ฉันใช้เวลาสักสองสามวินาทีที่จะเข้าใจว่าอะไรเกิดขึ้นและพวกเราต่างดีใจ จับมือซึ่งกันและกันสำหรับคนที่พักอยู่ในกระท่อมเพราะไปทำงานไม่ไหวเพื่อกระจายข่าวดีถึงทุกคน
ผู้นำทางคริสเตียนท่านหนึ่ง จัด พิธีขอบคุณพระเจ้า และ เย็นวันเดียวกันเราก็จัดคอนเสริ์ตกัน เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มันเป็นวันที่เราจดจำ และ เป็นวันแห่งความหวังที่เรารอคอยตลอดสามปีที่ผ่าน เราได้กินข้าวกับซอสด้วยซิ
วันต่อมามีเครื่องบินมาบินหาค่ายเพราะไม่มีจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ เราพยายามทำให้พวกเขาเห็นเรา และในวันต่อมาก็มีเครื่องบินมาอีกคราวนี้ ทิ้งอาหารให้เราด้วยร่มชูชีพ เหมือนอาหารจากสวรรค์เลยทีเดียว
นอกจากอาหารแล้ว เรายังได้รับสบู่ และ อุปกรณ์โกนหนวด เพื่อให้เราได้ใช้แปรงสีฟัน และ มีสบู่มีฟองชั้นดีเช่น ไลฟ์บอย ทำให้เรามีความสุชจริงๆ แล้วก็ยังมีชาให้เราชงดื่มทั้งวัน
ลานบินเพิ่งจะทำเสร็จและเครื่องบินเก่าจากดาโกต้าบินมาจากย่างกุ้งเพื่อนำพวกเราบินออกไป ฉันจำได้นะว่าพวกเราสิบสองคนนั่งบนเก้าอี้ไม้ แต่ก็ไม่มีใครบ่น นั่นเป็นก้าวแรกของเส้นทางที่จะได้กลับบ้านเสียที
