จากลิเวอร์พูล สู่ ช่องเขาขาด ตอนที่ 5 (จบ)
เมื่อเรามาถึงย่างกุ้ง รถบรรทุกพาเรามาจากเครื่องบิน สู่ชานชลาของอาคารใหญ่ ที่ๆเราเจอสุภาพสตรีผิวขาวคนแรกที่เราพบเมื่อสามปีครึ่งที่แล้ว พวกเขาเป็นสมาชิกของ RAF และพวกเขายิ้มแย้มขณะคุยกับพวกเราตอนเราดื่มน้ำชา ในถ้วยจริงๆมีนมและน้ำตาลให้ด้วยพูดจริงๆนะ พวกเราหลายคนมาพูดทีหลังนะว่า รู้สึกเหมือนเด็กนักเรียนขี้อายอย่างไงอย่างงั้นเลย แต่มันเป็นการต้อนรับที่สุดยอดนะหลังจากได้กินอาหารแล้ว เตียงที่เตรียมให้พวกเรานั้นคิดว่าน่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัย พวกเราไม่อยากเชื่อสายตาเลยนะว่า มันเป็นเตียงจริงๆปูด้วยผ้าฝ้าย มีมุ้งกันยุง และพัดลมไฟฟ้า มันดีเกินคาดว่าจะเป็นจริง แม้แต่นั่งที่เก้าอี้ที่มีที่วางแขนก็ดูจะแพงเกินไปเราได้ย้ายเข้าไปในสิ่งแวดล้อมใหม่ แน่นอนหล่ะ เรารอคอยที่จะย้ายออกไป มีพลเรือนนับพันที่เข้ามาในพม่า บางพวกก็ลยังทำงาน รวมทั้งเชลยศึกจำนวนมากที่กำลังรอคอยที่กลับไปอังกฤษพวกเราได้รับการดูแลทางการแพทย์ และ ตรวจร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกเราใช้เวลาเล็กน้อยที่จะปรับตัวเข้ากับอาหารที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่เราจะได้กลับบ้านแล้วก็เริ่มเพิ่มน้ำหนักอีกครั้งในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เราไปลงเรือที่ Chitral ที่เรือมีทั้งหมอและพยาบาลจากกาชาด ที่มาดูแลพวกเราอย่างดี จุดแรกที่เรือแวะจอดคือที่โคลัมโบ และ พยาบาลก็ช่วยไปซื้อของฝากกลับบ้านให้กับคนที่เดินไปไม่ไหว พวกเขาช่วยเราอย่างเต็มที่ต่อจากนั้นเราก็ผ่านทะเลแดงและผ่านเรือรบ เพื่อจะไป ตะวันออกไกล พวกเด็กหนุ่มพวกนี้ทำเสียงแบบไม่พอใจที่เรือออก แต่พวกเราดีใจเพราะเรากำลังมุ่งหน้ากลับบ้านของเราระหว่างทางไกลและช้า พวกเรานึถึงพวกที่มาพร้อมเราในปี 2493 แต่ไม่ได้กลับมาพร้อมพวกเรา พวกเราโชคดีมาก จำนวนคน 62,000 คนที่ทำงานในการเส้นทางรถไฟ จำนวนมากกว่า 12,500 คนตาย ซึ่งเป็นคน อังกฤษ ออสเตรเลียน และ ดัชช์ ยังไม่ได้รวม คนอินเดียและพลเรือนจำนวนเรือนพัน และแน่นอนที่สุดมีคนจำนวนเป็นพันตายที่ญี่ปุ่นและ ส่วนอื่นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทางตอนเหนือของปลายคลอง เราได้กลับอังกฤษปลายๆ ฤดูหนาว มีเชลยศึกเยอรมันจำนวนมากที่ทำงานในค่ายซึ่งเรารู้สึกเสียใจกับพวกเขา ฉันคิดถึงบุหรี่ที่เราส่งให้แก่กันและกันแล้วเราก็ผ่านเมดิเตอเรเนียนและช่องแคบยิบรอลตาร์ ที่นั่นมีการเป่าตอนรับเราจากบนเรือ เราเข้าอ่าวบิสเคย์ ฉันจำได้ว่ามีเสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียง ว่า “เชิญมารับสิ่งที่ต้องการได้เลย”เมื่อเราแล่นเข้าสู่เซาท์แฮมตันเราก็ได้รับการตอนรับจากกองดุริยางค์ของทหาร และจากฝูงชน ประชาชนโห่ร้องอย่างตื่นเต้น และ สายตาสอดส่ายหาคนที่ตนรอคอย เราใช้เวลาอยู่ที่ค่ายชั่วคราวที่ที่ซึ่งผู้หญิงพื้นเมืองเอาเหรียญผูกด้วยริบบิ้นมาติดบนเสื้อคลุมของพวกเรา
บ้านแสนรัก
เราออกเดินทางไปลอนดอนในเช้าวันต่อมาด้วยรถไฟหลังจากออกจากเมืองอุสตัน ฉันรู้ว่าเวลาที่ฉันจะได้พบสุดที่รักของฉันไอวี่หลังจากที่เราพรากจากกันสี่ปี และสิ่งที่วิเศษสุดคือ ฉันจะได้พบซินเทียเป็นครั้งแรก ความปรารถนาของฉันเป็นจริงเสียที ตอนนี้เธออายุประมานสามขวบครึ่ง เธอพูดว่า “สวัสดีค่ะ คุณพ่อ” ราวกับว่าฉันเพิ่งกลับจากที่ทำงานยังงั้นเลยการที่ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งมันเป็นเรื่องที่วิเศษสุดที่ได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง
ขอบคุณพระเจ้า
Cyril Lane
อายุ 89ปี
พฤษภาคม 2549
by ศตพร วานิชทวีวัฒน์
