รู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงแล้ว
ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเป็น
มันมีสัญญาณมาบ้างก่อนที่จะเป็น คือเมื่อมีเรื่องอะไรกระทบจิตใจจะดิ่งหนักมาก บางวันก็คิดว่าชีวิตเราอยู่ไปเพื่ออะไร... แต่ก็ใช้ชีวิตมาเรื่อย ๆ จนไปอยู่ต่างประเทศ
เป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่มีความต่างมาก ๆ ทั้งวัฒนธรรม ภาษา อาหาร อากาศ ความมืดในหน้าหนาว และความหนาวที่สุดในชีวิต
อยู่ไปเกือบปีก็เจอแฟน(เก่า) ด้วยหลาย ๆ อย่างที่ค่อนข้างต่างกันทำให้ต้องปรับตัวเยอะ ทะเลาะกันบ้าง ส่วนเรื่องเพื่อนก็มีเพื่อนคนไทยอยู่บ้าง เรื่องงานไม่ค่อยดีนักเพราะว่าพูดภาษาเขาไม่ได้
มาถึงจุดที่รู้สึกว่าตัวเองแปลก ๆ ไป รู้สึกเซ้นซิทีฟกับเรื่องเล็ก ๆ ร้องไห้บ่อย เบื่อการออกไปข้างนอก ไม่อยากเจอใคร ไมเกรนบ่อย ๆ จนทำงานแทบไม่ได้ ทะเลาะกับแฟนบ่อยเพราะเขานึกว่าเราเรียกร้องความสนใจ เลยหาข้อมูลว่าเราเป็นอะไร จนมาเจอแบบทดสอบเรื่องโรคซึมเศร้าเลยลองทำดู ผลคือเป็นระดับปานกลาง เราเลยบอกแฟน แฟนก็บอกว่าโรคนี้ไม่มีอยู่จริง อย่าคิดมาก เธออาจจะเหนื่อยหรือคิดถึงบ้าน
เราคิดอยากตาย ไม่อยากมีขีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกแบบนี้ ร้องไห้ทุกวัน มองตึกสูง ๆ ก็คิดว่าถ้าตกลงมาจะตายไม๊ เห็นสะพานก็คิดอยากโดด เห็นน้ำก็อยากเดินลงไปให้จม
เราเริ่มนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน จนต้องทานยานอนหลับ ซึ่งได้มาจากเพื่อนที่เขาไปหาหมอ ก็ยังไม่หลับ อาการเราหนักขึ้นเรื่อย ๆ แฟนเราก็เริ่มไม่พอใจและไม่คุยด้วย ตอนทะเลาะกันเราเคยจะกินยานอนหลับหมดกระปุก แต่เขาก็ช่วยไว้ คือเอายาไปทิ้ง
ในช่วงที่เราเป็น เขาก็เครียดมากไปด้วย ดูเขาไม่มีความสุข เราก็รู้สึกผิด เขาเคยสูบกัญชาเพื่อให้เคลิ้มและหลับ เราก็ลองบ้างเผื่อจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย กลับแย่ คือใจสั่น หน้ามืด รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย เลยไม่ใช้อีกเลย
ช่วงที่เป็นหนักคือเกิดอาการแพนิค กลัวตาย สั่น มือไม้ไม่มีแรงตอนนั่งในรถที่ขับ 80-120km/hr นั่งเรือก็ร้องไห้ จนมาคิดว่านี่เราเป็นอะไร แฟนเริ่มหาข้อมูล โทรไปคุยกับหมอ เพราะเขาเองก็ไม่ไหวแล้ว เขาบอกเลิกและไล่เราออกจากบ้าน แต่เมื่อเขารู้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า เขาก็ดูแลเรามากขึ้น พยายามเข้าใจมากขึ้น ที่โน้น รอหมอนานเป็นเดือน สุดท้ายเรารอไม่ไหว มันแย่ลงเรื่อย ๆ เลยตัดสินใจกลับไทยเพื่อหาหมอ
เดือนแรกที่ได้ยามาทาน 5 ตัว นอนสลบเพราะฤทธิ์ยา คือตื่นมาแล้วนอน ทำอะไรไม่ได้เลย
ผ่านไป 2-3 เดือน อาการเริ่มดีขึ้น นน. เพิ่มขึ้น (ตอนป่วยลดฮวบเพราะไม่กิน) เริ่มออกมาทำกิจกรรมได้ ทำงานได้ แต่กับแฟน สุดท้ายก็เลิกกัน เพราะเขาเองไม่มีความสุขกับการอยู่กับเรา เขาไม่สามารถรับมือได้ เขาอยากมีชีวิตของเขาเอง เลยแยกทางกัน
อาการเราก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทานยาและไปหาหมอตามนัด มีการเปลี่ยนหมอ 2 คน คนปัจจุบันคือรู้สึกสบายใจกว่า มีการปรับยาตามอาการ ตอนนี้ได้ลดยานอนหลับบ้างแล้ว และตอนนี้อยู่คนเดียว
กิจกรรมที่อยากทำทำ เจอเพื่อน ทำงาน ออกกำลัง ตอนนี้มีความสุขขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีบ้างที่ดาวน์ ดิ่ง แต่ก็ไม่บ่อยและไม่แย่เท่าเมื่อก่อน เราเชื่อว่าหายได้ ถ้ารักษาอย่างต่อเนื่อง ทานยา ออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ เราชอบอ่านหนังสือ ออกกำลัง ปลูกต้นไม้
สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนหายจากโรคนี้ไปด้วยกันค่ะ 💚💚💚
มันมีสัญญาณมาบ้างก่อนที่จะเป็น คือเมื่อมีเรื่องอะไรกระทบจิตใจจะดิ่งหนักมาก บางวันก็คิดว่าชีวิตเราอยู่ไปเพื่ออะไร... แต่ก็ใช้ชีวิตมาเรื่อย ๆ จนไปอยู่ต่างประเทศ
เป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่มีความต่างมาก ๆ ทั้งวัฒนธรรม ภาษา อาหาร อากาศ ความมืดในหน้าหนาว และความหนาวที่สุดในชีวิต
อยู่ไปเกือบปีก็เจอแฟน(เก่า) ด้วยหลาย ๆ อย่างที่ค่อนข้างต่างกันทำให้ต้องปรับตัวเยอะ ทะเลาะกันบ้าง ส่วนเรื่องเพื่อนก็มีเพื่อนคนไทยอยู่บ้าง เรื่องงานไม่ค่อยดีนักเพราะว่าพูดภาษาเขาไม่ได้
มาถึงจุดที่รู้สึกว่าตัวเองแปลก ๆ ไป รู้สึกเซ้นซิทีฟกับเรื่องเล็ก ๆ ร้องไห้บ่อย เบื่อการออกไปข้างนอก ไม่อยากเจอใคร ไมเกรนบ่อย ๆ จนทำงานแทบไม่ได้ ทะเลาะกับแฟนบ่อยเพราะเขานึกว่าเราเรียกร้องความสนใจ เลยหาข้อมูลว่าเราเป็นอะไร จนมาเจอแบบทดสอบเรื่องโรคซึมเศร้าเลยลองทำดู ผลคือเป็นระดับปานกลาง เราเลยบอกแฟน แฟนก็บอกว่าโรคนี้ไม่มีอยู่จริง อย่าคิดมาก เธออาจจะเหนื่อยหรือคิดถึงบ้าน
หลังจากนั้นก็เริ่มแย่ลง แฟนก็ไม่เข้าใจและทะเลาะกันรุนแรง ถึงขั้นไล่ออกจากบ้านบ้าง ไม่พูดด้วยบ้าง ว่าเรียกร้องความสนใจ เคยหนักสุดคือตอนไปเที่ยวกัน เขาทิ้งเราไว้นอกห้องในวันที่อากาศหนาว
เราคิดอยากตาย ไม่อยากมีขีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกแบบนี้ ร้องไห้ทุกวัน มองตึกสูง ๆ ก็คิดว่าถ้าตกลงมาจะตายไม๊ เห็นสะพานก็คิดอยากโดด เห็นน้ำก็อยากเดินลงไปให้จม
เราเริ่มนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน จนต้องทานยานอนหลับ ซึ่งได้มาจากเพื่อนที่เขาไปหาหมอ ก็ยังไม่หลับ อาการเราหนักขึ้นเรื่อย ๆ แฟนเราก็เริ่มไม่พอใจและไม่คุยด้วย ตอนทะเลาะกันเราเคยจะกินยานอนหลับหมดกระปุก แต่เขาก็ช่วยไว้ คือเอายาไปทิ้ง
ในช่วงที่เราเป็น เขาก็เครียดมากไปด้วย ดูเขาไม่มีความสุข เราก็รู้สึกผิด เขาเคยสูบกัญชาเพื่อให้เคลิ้มและหลับ เราก็ลองบ้างเผื่อจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย กลับแย่ คือใจสั่น หน้ามืด รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย เลยไม่ใช้อีกเลย
ช่วงที่เป็นหนักคือเกิดอาการแพนิค กลัวตาย สั่น มือไม้ไม่มีแรงตอนนั่งในรถที่ขับ 80-120km/hr นั่งเรือก็ร้องไห้ จนมาคิดว่านี่เราเป็นอะไร แฟนเริ่มหาข้อมูล โทรไปคุยกับหมอ เพราะเขาเองก็ไม่ไหวแล้ว เขาบอกเลิกและไล่เราออกจากบ้าน แต่เมื่อเขารู้ว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า เขาก็ดูแลเรามากขึ้น พยายามเข้าใจมากขึ้น ที่โน้น รอหมอนานเป็นเดือน สุดท้ายเรารอไม่ไหว มันแย่ลงเรื่อย ๆ เลยตัดสินใจกลับไทยเพื่อหาหมอ
เดือนแรกที่ได้ยามาทาน 5 ตัว นอนสลบเพราะฤทธิ์ยา คือตื่นมาแล้วนอน ทำอะไรไม่ได้เลย
ผ่านไป 2-3 เดือน อาการเริ่มดีขึ้น นน. เพิ่มขึ้น (ตอนป่วยลดฮวบเพราะไม่กิน) เริ่มออกมาทำกิจกรรมได้ ทำงานได้ แต่กับแฟน สุดท้ายก็เลิกกัน เพราะเขาเองไม่มีความสุขกับการอยู่กับเรา เขาไม่สามารถรับมือได้ เขาอยากมีชีวิตของเขาเอง เลยแยกทางกัน
อาการเราก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะทานยาและไปหาหมอตามนัด มีการเปลี่ยนหมอ 2 คน คนปัจจุบันคือรู้สึกสบายใจกว่า มีการปรับยาตามอาการ ตอนนี้ได้ลดยานอนหลับบ้างแล้ว และตอนนี้อยู่คนเดียว
กิจกรรมที่อยากทำทำ เจอเพื่อน ทำงาน ออกกำลัง ตอนนี้มีความสุขขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก มีบ้างที่ดาวน์ ดิ่ง แต่ก็ไม่บ่อยและไม่แย่เท่าเมื่อก่อน เราเชื่อว่าหายได้ ถ้ารักษาอย่างต่อเนื่อง ทานยา ออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ เราชอบอ่านหนังสือ ออกกำลัง ปลูกต้นไม้
💚อยากให้คนที่มีแฟน เพื่อน หรือคนในครอบครัวเข้าใจพฤติกรรมของคนเป็นโรคนี้ แล้วช่วยกันทำให้อาการดีขึ้น ไม่ใช่พูดว่าโรคนี้ไม่มีอยู่จริงและด่า ว่าเรียกร้องความสนใจ มันจะทำให้ยิ่งแย่
สุดท้ายนี้อยากให้ทุกคนหายจากโรคนี้ไปด้วยกันค่ะ 💚💚💚