ถอดบทเรียนงานอาสาค่ายธรรมะบ้านธัญพร

ได้ทำประโยชน์มากกว่าที่คิด

"ดีมากกว่าที่คาดคิดไว้ ว่ามาแล้วจะได้ทำอะไรบ้าง
คิดว่าได้ทำประโยชน์ทั้งกับตัวเรา ที่เราจะได้เก็บความรู้สึกดี ๆ ตรงนี้ไว้กับสิ่งที่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ได้ให้กับเด็ก แม้จะไม่ครบและไม่ครอบคลุมเท่าที่เราคิด แต่คิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นได้ ก็ได้คุย 1 ต่อ 1 เพราะฉะนั้นก็จะเล่า จะถาม มีอะไรจะถามป้าอีกไหม เขาบอกว่าไม่มีแล้ว สบายใจแล้วหนูได้ระบายออกไปหมดแล้วก็เลยรู้สึกว่า

'เออ เราได้ทำประโยชน์นะมากกว่าที่เราคิดนะ'

คิดว่าจะมาเล่นเกมมาอะไร อย่างที่เคยไปแต่ว่าเด็ก ๆ ที่นี่เป็นเด็กที่โตแล้วและเค้าก็มีความคิดดี ๆ ค่ะทุกคนกล้าแสดงออก กล้าร้องเพลงแสดงความคิดเห็น อย่างที่ได้คุยด้วยนะคะ เขาบอกเลยว่า เขารู้ตัวเลยว่าเขาเป็นคนโกรธง่าย บางทีเขามีความสุข บางทีเขาก็มีความทุกข์ เราก็ถามเขาว่าตรงไหน ที่มีสุขตรงไหนที่เรามีความทุกข์

เราเข้าใจ เราก็ถามว่าหนูจัดการยังไงเวลาที่หนูมีความทุกข์ หนูโกรธ หนูจัดการยังใง เขาก็บอกว่านับ 1-10 เราก็บอกเขานะว่า ชื่นชมหนูนะ หนูมีสติ รู้ตัวด้วยว่าหนูมีความโกรธ หนูโกรธง่ายอะไรอย่างนี้น่ะ สามารถที่จะค่อย ๆ จัดการตัวเอง เราก็แนะนำเขาไป หนูรู้ใจตัวเองให้ดีมากเลยค่ะ

ตอนที่เขามากอดครั้งสุดท้ายเขาบอกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างขอบคุณมาก ๆ ค่ะ"

สวยจากข้างใน

"พอดีว่าเรานั่งตรงนี้ก็ได้เจอกับเด็กตัวโต ๆ หน่อย เขาเดินมาหา เราถามว่าเพราะอะไร บอกว่าชอบทรงผมพี่มาก ๆ เลย เพราะเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่แต่งตัวเก่ง เด็กโตแล้วก็สังเกตว่ามีการแต่งหน้าด้วย แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันลึก ๆ มากเพราะคิดว่าให้น้องมีความสบายใจดีกว่า ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ซักถามอะไรเขา ส่วนใหญ่เขาก็จะถามเราเกี่ยวกับเรื่องแต่งตัวแต่งหน้า เราก็มีแนะนำเขาไป แต่ก็มีบอกเขาว่า การแต่งตัวเนี่ยนะให้เหมาะสม เป็น characteristic ของแต่ละคนละกัน ไม่ต้องไปคิดเรื่องแฟชั่นอะไรมาก แล้วก็ให้พยายามสวยจากข้างใน แล้วก็รักษาผิวพรรณให้ดี"

ให้เด็กนำ

"มีความสุขค่ะ เพราะรู้สึกว่าได้ทำอะไรดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ แล้วตอนที่พี่เข้าไป พี่บอกให้เขากระจายวง เด็กก็เลยไม่เข้าหาเราเลย พี่ก็เลยสงสัยว่า เราไม่เหมือนคุณนา เด็กเข้าหาคุณนาหมดเลย แล้วฉันจะทำอะไรให้กับเด็ก ๆ นะ แล้วเด็กจะเข้าใจฉันไหม ก็สังเกตว่ามีเด็กคนนึงเขาไม่สนใจอะไรเลยนะ เราก็เลยคิดว่าเด็กคนนี้เขาไม่ได้สนใจ ก็เลยมานั่งคิดกิจกรรมไปด้วย ถ้างั้นเราอย่าบอกเด็กดีกว่า เราถามเด็กดีกว่าว่า พวกหนูมีเกมอะไรให้ป้าเล่น คิดให้ป้าหน่อย โอเคค่ะ เด็กก็เหมือนกับว่าเขาได้คิด แล้วก็มาบอกเราดีกว่าเราไปบอกเขา ก็เลยทำให้เด็กคนนั้นกลับมาสนใจ ที่จะร่วมเล่นเกมกับเรา ก็เลยผ่านไป แล้วเนี่ย มีอยู่เกมนึงค่ะ บังเอิญมีคนมาบอกว่ารู้จักธรรมะไหม อันที่เรายังจำไม่ได้เลยอริยสัจ4 เสร็จแล้วเขาก็บอกว่ารู้จักศีล 5 ไหม เขาก็บอกว่ารู้จัก แต่เขาบอกว่ารู้เป็นเพลง แล้วเพลงร้องยังใง เขาก็ร้องให้ฟังนะ มันผวน อะร้องเเบบผวนเลย ข้อนึงอย่าลักทรัพย์ แต่เขาไม่เห็น ก็ไม่เป็นไร กลับหมดเลย เราก็ขำนะ พอหนูได้ยินเพลงนี้ แบบนี้ หนูรู้สึกยังไง ที่เขาร้องผวนแล้วเขาก็บอกว่า สนุกดีค่ะ แล้วหนูจะทำตามไหม ไม่ค่ะ ไม่ดีค่ะ หนูไม่ทำ แต่ว่ามันสนุก

แต่ก็โอเค เราก็ได้ความรู้ ได้ฟังจากเด็กว่า เขายังคิดดีก็โอเคค่ะ เรารู้สึกว่าเราไม่เสียดายเลยที่มาที่นี่ เพราะคิดว่าเขาผ่านการอบรมมาแล้ว ฉันมีความคิดที่ดี ๆ แบบนี้ค่ะ แต่เราก็รู้สึกดี ว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมแบบนี้ค่ะ พอเริ่มแรกที่เรารวมกลุ่ม เราก็เดินหากัน ทำยังไงดีไม่มีเด็กมาลงเลย สักพักเด็กก็เข้ามา 4-5 คน แล้วก็แนะนำตัวแล้วก็บอกให้เด็กบอกชื่อ เราก็เห็นเด็กคนนึงที่เขาไม่พูด ทำท่าแบบไม่ยุ่งไม่มองหน้า เราก็บอกว่าเล่นเกมไหม เกมนับเลขปรบมือ เขาก็เล่น ผลปรากฏว่า เขาก็เป็นคนที่ผิดบ่อยที่สุด เขาก็พูดออกมา ปรากฏว่า พอเขาเริ่มเห็นว่าเราเล่นเกมยังไงเขาก็สอนเกมที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน ยุคเราก็ไม่มีแบบนี้ ดีจังเลยเห็นไหมป้า 2 คนได้เกมใหม่ ๆ ไปเล่น เอาเกมเก่ามาแลกเกมใหม่ ก็รู้สึกดีนะที่มา เพราะว่าตอนแรกก็รู้สึกสองจิตสองใจ ช่วงนี้ภาระเยอะมากก็เลยรีบเคลียร์งานให้จบ ก็รู้สึกดีมากค่ะคิดว่าโอกาสหน้า ก็จะมาค่ะ กิจกรรมดีๆ ลักษณะนี้ชอบ ขอบคุณค่ะ"

เปิดใจหากัน

"ครับ ก็รู้สึกดีครับ ที่ได้มาแลกเปลี่ยนกับน้อง เราได้ เขาก็ได้ เราให้ เขาก็ให้ และที่สำคัญก็คือ การแบ่งกลุ่มครับ ก็รู้สึกคล้าย ๆ พี่เขาครับ เพราะว่าน้องเขาเดินมาหาผมคนเดียว มีคนเปลี่ยนตอนเช้าแล้วว่าเด็กที่เขาให้ความสนใจ แล้วถ้าไม่สนใจผมก็คิดว่าจะรับมือยังไง จะรับมือได้หรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วในทางกลับกัน เขาเป็นคนเปิดใจมาหาเราก่อน ก็อย่างที่พี่เขาบอก สัมผัสได้ว่าเขามีพื้นฐานที่ดี ดีกว่าเด็กต่างจังหวัดอีกด้วยซ้ำ ก็ถือว่าโอเคครับ ดีที่ได้เรียนรู้ครั้งนี้"

ให้กำลังใจกัน

"ผมรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ถึงจะไม่ได้ตั้งใจ ที่ไม่ได้ตั้งใจมาถึงจะมาทำงานแต่ว่า ได้เป็นกำลังใจน้อง ให้น้องบางคน และน้องบางคนก็ให้กำลังใจผมกลับมา ว่าผมมีโอกาสมากกว่าเขา ถึงเขาจะไม่มีโอกาส ผมก็สามารถให้กำลังใจเขา ไม่ใช่ว่าวันนี้แย่ แล้วพรุ่งนี้จะแย่ตลอดไป และถ้ามีโอกาส ก็อยากจะมาอีกครับ"

ความฝันที่ชัดเจน

"ค่ะ วันนี้ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่ได้มาพบเจอน้อง ปกติเวลาอยู่มัธยม เวลาไปทำกิจกรรม ก็เจอแต่เด็กเล็ก ๆ อ่ะค่ะ เขาก็จะถาม เราจะเป็นคนตอบ แต่พอมาที่เนี่ย น้องเขาโต บางคนก็อายุเท่ากับหนู ก็ไม่ใช่หนูคนเดียวที่พูด ก็ฟังน้อง แล้วก็เล่าเรื่องชีวิตของน้อง วันนี้ก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการเข้ามหาลัยค่ะ ว่ามหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง น้องบางคนก็มีความฝันที่ค่อนข้างชัดเจน เขาก็จะถามแนวทางในการเข้ามหาวิทยาลัย แล้วก็คุยกัน เล่นกันบ้าง วันนี้รู้สึกมีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ"

เป้าหมาย

"การที่เข้ามาทำกิจกรรมนี้นะคะ ตอนแรกมันชื่อเข้าค่ายธรรมะใช่ไหมคะ หนูก็เข้าใจว่าต้องมานั่งทำสมาธิแน่ ๆ เลย หนู 3 คนก็เลยคุยกันว่า นี่เราต้องมานั่งทำสมาธิกับน้อง แน่ ๆ เลย

แต่พอมาทำกิจกรรม เราก็เจอน้อง น้องก็เหมือนแบบมาเติมเต็มให้กับหนูค่ะ คือน้องเขามีเป้าหมายที่จะโตขึ้น อยากเป็นอะไร ตอนแรกหนูก็หมดไฟเรื่องของคณะ แล้วหนูก็กลับมานั่งคิด การที่เรามีความฝันแล้วก็มีเหมือนน้อง เราอยากเป็นอะไรนะ เราอยากเรียนอันนี้ แล้วน้องก็มีความฝัน น้องเขาก็ยังจะสู้ เราก็เลยจะลองสู้กับชีวิตตัวเองดูบ้าง เรื่องที่หนูทำเป็นเรื่องธรรมดา น้องเขาก็อาจจะดูตื่นเต้นกับหนูกับโลกภายนอก เราก็ให้ความฝันกับน้อง น้องก็ให้พลังกับเราว่าชีวิตมันต้องสู้ต่อไป น้องบางคนยังเจอปัญหาเรื่องที่แบบหนักมากน้องเขายังสู้ น้องดูมีความสุขกับชีวิต เราก็ควรจะมีความสุขกับชีวิตบ้างค่ะ"

วัยรุ่นคุยกัน

"สวัสดีค่ะก็มีเพื่อนหลาย ๆ คนมาลุ้นว่า ถ้าเป็นวัยรุ่นแล้วเราก็รู้สึกว่า ความคิดวัยรุ่นใช่ไหม เราก็เลยรู้สึกว่าเราจะอยากเลี้ยงผู้ใหญ่ เขาอยู่กับผู้ใหญ่ เขาก็จะถามเยอะ หนูก็ไม่เข้าใจ ทำไมเขาเข้ามาหาหนู เขาบอกว่าให้โฟกัสเรื่องปัจจุบัน ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน ก็ถามว่าวันนี้ทำอะไรกินข้าวกับอะไร - ตื่นกี่โมง - พับผ้าห่มยังไง เราก็เรื่องสัพเพเหระทั่วไป แต่ก็ตัดเข้าพักที่คุยเรื่องเรียนบ้าง ด้วยความที่เราไม่ได้เรียนในระบบ เราเรียน Home School ก็เลยเปิดให้เขาฟังว่ามันเป็นยังไง เราก็มีสิ่งนึงเหมือนกับว่า ที่นี่ทุกคนเขาวางแผนไว้แล้วว่าจะเป็นยังไง เรียนที่ไหนต่อ เราก็ไม่รู้ตัวว่าถ้าเกิดว่าเรา บางทีหนูก็ยังไม่รู้ตัวว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือเปล่า เพื่อน ๆ ที่นี่ดูแล้วเขาจะทำอะไรแน่นอน เป็นขั้นเป็นตอน ก็ดีค่ะก็คือ ยังไม่ตัดสินใจตอนที่ตัวเองยังไม่ถึงอ่ะ เขาเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ"

ความสุขจากตัวเขา

"รู้สึกประทับใจตอนที่น้องเขาพูดตอนในกลุ่มค่ะ ว่าความสุขมีทุกที่ รู้สึกดีที่ได้เห็นเด็กตัวน้อยๆ เพื่อนร่วมรุ่นใช่ไหม สามารถจะแบ่งปันอะไรกันได้ ตรงจุดที่ตัวเองยืนอยู่ค่ะก็ มีเด็กเข้ามาคละวัยแล้วก็ ได้เรียนรู้อย่างนึงว่าเราก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าหาเขาได้ ในบางจุดที่เขาเป็นอยู่ค่ะ แล้วก็มีเด็กคนนึงที่เขาสามารถเล่าเรื่องตายายได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วใครจะเสียงดังแค่ไหนไม่สนใจฉันเล่าของฉันอย่างเดียว มีสมาธิกับการเล่าดีมาก แล้วตอนที่เขาได้ร้องเพลงใหม่สำหรับเขา เขาฟังรอบเดียวรอบที่สองเขาก็ไม่ได้ดูเนื้อ เขาก็เอ่ยวาจาได้ตามที่เพลงมันเป็น เราก็เลยรู้สึกว่าเหมือนเขาจะมีพรสวรรค์บางอย่างหรือเปล่า ก็เล็ง ๆ ไว้ว่าอาจจะเป็นยุวเพลินธรรมนำชมนะคะ เรากำลังจะมองหาคนที่เล่าเรื่องแบบนี้ค่ะที่เป็นเด็กล่าสุดเด็กให้เป็นฟังเดี๋ยวจะลองไปเล่าสู่เพื่อนที่ไม่ได้มาวันนี้นะคะ ถ้าสนใจนะพี่สามารถที่จะกระจาย อาจจะยกทีมงานมาเลยก็ได้ค่ะ ได้เรียนรู้หลายอย่างเลยค่ะตั้งใจว่าจะ เรื่องให้เขารู้สึกว่าเขาดูแลตัวเองได้ สมาธิ ที่พูดเบื้องต้นตอนเช้าเป็นสมาธิแบบลืมตา เราก็พูดง่าย ๆ สบาย ๆ ให้เขารู้จักตนเอง หลับตาแป๊บเดียวก็ได้รู้ว่าการหลับตาอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็กบางคน แต่ว่ามันจำเป็นจะต้องปิดตานอกเปิดตาในบ้าน ก็เลยใช้เวลาแค่ช่วงสั้น ๆ ดีใจที่วันนี้จบลงด้วยความสุขเพราะว่ามันมาจากตัวตอนเช้า คือใช้ความสังเกตอย่างเดียวว่าเด็กเค้าร้องเพลงถามหา เราก็เลยเติมความสุขให้เขา ก็เลยปรึกษาหารือกันว่าถามเจ้าสำนักก่อนไหม แล้วก็ถามความพี่บอมเลยว่า จะอะไรยังไงก็ดีใจที่มันจบลง ด้วยความสุขเพราะว่าสิ่งไหนที่อยากจะให้เด็กๆรู้รวมถึงพวกเราด้วย ที่เรามาแบบนี้เพราะเราอยากเห็นเขามีความสุข เราก็เลยหาความสุขที่มาจากตัวเขา เราไม่ได้เป็นผู้ให้เขาแต่เราเห็นเขามีความ ด้วยตัวเขาเองแล้วก็เลยมีความสุขไปด้วย ขอบคุณค่ะ"

เป็นตัวของตัวเอง

"ตอนแรกก็ต้องขอโทษก่อนนะคะ พอดีเห็นว่าตอนเที่ยงน้องเขาพูดอ่ะค่ะ สอนเล่นกิจกรรมด้านหน้าพี่ๆ ที่เขาพาทำฝึกหายใจ ก็เลยใช้ช่วงเวลานั้นแวะไปเข้าห้องน้ำ ก็เห็นว่าน่าจะใช้เวลาสักพักนึง ก็เลยขอไปเข้าห้องน้ำแต่พอกลับมา กลุ่มโดนกระจายกันหมดแล้วเราก็ งานเข้าแล้ว ไม่ได้นั่งให้น้อง ๆ มาหาก็แอบรู้สึกว่าไม่ได้ทำหน้าที่ แต่ว่ารีบมาปุ๊บอยู่ดีๆก็มีนะ น้องกลุ่มนึงวิ่งกรูกันมา 4 คนงงว่าน้องมาจากไหน เมื่อกี้เห็นนั่งกลุ่มกันก็เกือบครบแล้ว แล้วก็เป็นน้องกลุ่มนี้เข้ามาเสร็จก็เลยถาม ถามว่าพี่เขาให้ทำอะไรอ่ะก็เลยถามน้อง ไม่ก็ให้แบ่งกลุ่มกันแค่นี้อ่อหรอ มีถามที่บอมด้วยก็เลยอ่ะ งานเข้าทำไรดีน้อไม่มีจอ ก็เลยมีกิจกรรมเล็กๆให้น้องทำก็เลย น้องเขาก็ทำกันทุกคนนะคะหลังจากนั้น มีกิจกรรมอีกอันนึงเหมือนกันแต่ว่าอันนี้ก็แชร์ คือตัวใหญ่ที่ก้อย เห็นความสำคัญของกิจกรรมในกิจกรรมแรกก้อย ใครให้เขาคิดบ้าง เขาบอกชื่อให้เขาแนะนำตัวเองแล้วบอกชื่อตัวเองก็ให้มี ท่าประกอบกับชื่อเขาด้วยส่วนกิจกรรมที่ 2 ก็คือให้เขาพูดข้อดีของเพื่อนคนที่นั่งข้างๆแล้วเพื่อนคนที่นั่งข้างๆพูดข้อดีของเพื่อนคนที่อยู่ข้างๆต่อไปวันนี้รอบนึงแล้วก็ให้วนกลับแล้วก็ถามความรู้สึกของเขาว่ารู้สึกยังไงตอนที่มีเพื่อนมาบอกข้อดีของเราซึ่งทุกคนก็จะเห็นว่ารู้สึกดีกันอยู่แล้วนะคะบางคนก็แบบเห็นข้อดีของฉันด้วยหรออย่างนี้คือเขาก็จะมีข้อดีของตัวเองอยู่แล้วแต่ว่ามันไม่ได้เกิดการสะท้อนการแต่ว่าพอเห็นเขาก็เห็นเขาก็รู้สึกว่าเออเขินอายเราก็โอเคเราก็ชวนเขาคุยค่ะให้เห็นว่าเนี่ยถ้าเราเริ่มมองจากข้อดีของเขามันเกิดอะไรขึ้นในใจเราบ้างสุขไหมเป็นยังไงบ้างแล้วลองดูซิถ้าเราลองมองข้อเสียเรารู้สึกยังไงบ้างเค้าได้รู้สึกอินไปกับสิ่งนั้นด้วยค่ะเขาก็บอกมาเอามันเป็นความทุกข์อ่ะค่ะเราก็เลยชวนสุดท้ายส่วนว่าเราจะรู้สึกสุขหรือทุกข์เราเลือกเอาเองพี่ไม่รู้พี่ไม่บอกบอกไม่ได้ว่าเราจะเลือกอะไรให้เขาเลือกเองให้เขาเลือกซึ่งเขาก็บอกว่าแน่นอนเขาบอกว่าเขาจะเลือกสุขอยู่แล้วก็เลยบอกว่าทุกคนทุกคนมีข้อดีข้อเสียของตัวเองหมดแต่ให้เลือกมองอันนั้นมันเป็นสิทธิ์สิ่งที่เราเลือกได้แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะทำกับเราเองไม่สำคัญเท่าเราจะรู้สึกกับเขายังไงก็เลยบอกเขาตรงนี้เขาก็เหมือนกับแม้แต่ละช่วงเขาก็รู้สึกว่าพี่เดี๋ยวแป๊บนึงน้ำตาหนูจะไหลเขาก็พยายามจะกลั้นไม่ร้องไห้ออกมาเลยนะพี่จะลองให้ได้ไหมอะไรอย่างนี้แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าทำอะไรอยากร้อง ๆ เลยกลั้นไปทำไมไรเงี่ยค่ะเขาก็เลยชิวๆ ก็ประมาณนี้นะคะที่ได้ทำในกลุ่มแล้วก็ ได้เห็นความดีที่เขาได้ทำด้วยกันนะคะเล็กๆน้อยๆ เราก็เห็นเลยว่าวงเขาตั้งใจที่จะคุยกัน ฟังการแม้จะมีการนั่งเหมือนกับว่าไม่ฟังแต่ ช่างอ่ะเรากลุ่มหนูไม่มีกลุ่มที่เป็นเด็กเล็ก ๆ อ่ะ อายุประมาณ 10 ขวบนั่งกระจัดกระจายมากเลยนะ แต่ถามว่าเพื่อนทำอะไรอ่ะรู้หมดเลยนะคือฟังแต่ท่าทางเหมือนกับไม่ฟัง เขาก็เข้ามาในวงแล้วก็ตอบโต้กันได้ซึ่งมันเป็นอะไรที่รู้สึก ประทับใจมากส่วนที่มองเมื่อกี้ ถามว่ารู้สึกยังไงเราเป็นยังไงบ้าง คือจริง ๆ ผมไม่ได้คาดหวังเลยหนูแค่มาทำตามเหตุตามปัจจัยนะ ก็ทำในสิ่งที่ทำไปแต่ว่าหนูไม่ได้ มันลดตัวเอง หนึ่ง หนูไม่ได้รู้สึกว่าหนูได้อะไรแต่ว่าหนูได้มาลดอัตาในตัวเองถ้าแบบมันก็จะมีโมเม้นที่หนูรู้สึกว่าหนูอยากสอนเขาอ่ะ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่หนูคิดที่จะสอนเค้ามันก็เอ้ยทำไมเราถึงรู้สึกที่อยากจะสอนเขา ไม่เราไม่สอนแล้วชวนเขา แล้วให้เขารู้สึกเองให้เห็นเองว่าอะไร ที่ดีเพราะในมุมมองและหนูมองว่า สอนค้าในวันนี้เขาก็อาจจะรู้สึกดีๆ แต่ว่ามันก็อาจจะ ลืมไปแต่ก็ไม่เท่ากับเขาสะท้อนกับตัวเอง หนูว่าเวลาที่เขาไปทำอะไรเขาจะเห็นกับตัวเองมากกว่า ที่หนูสอนไปเพราะหนูมองว่า เวลาที่หนูไปเรียนกับใครหรือว่าเรียนกับครูหนูจะไม่จำ เท่ากับหนูเห็นตัวเอง หนูก็เลยทำตรงนี้ค่ะแล้ววันนี้ก็ประมาณนี้ แล้ววันนี้ก็เลยเวลาที่เมื่อไหร่ อยู่กับโมเม้นแบบนี้ปุ๊บก็จะพยายามไม่ เราต้องไม่รู้สึกแบบนี้นะแล้วก็ทำหน้าที่ต่อไปก็ มีความสุขนะคะที่ได้มา ขอบคุณอีกทีค่ะขอบคุณค่ะ"

หายสงสัย

"ดีใจนะที่ได้มาเห็น อะไรที่ไม่คาดอะไรเลย ที่คาดไม่ถึงเพราะเราเคย เคยไปแต่บ้านเด็กอ่อนกำพร้าพญาไท นั่นคือเด็กเล็ก แต่ก็ไม่เคยคิดไม่ได้คิดเลยว่าที่นี่มันคือเด็กโต แล้วก็มาสัมผัสเห็นครั้งแรก มันไม่ง่ายเลยนะ พวกเราที่นี่เก่งมากที่เอาอยู่นะเด็กพวกนี้อายุ ขณะนี้เอาอย่างนี้หมายความว่าให้เขาฟัง ให้เขาเข้าใจอะพัฒนาตนเองได้อย่างนี้ เรามาเห็นว่าเด็กเด็กโตขนาดนี้มันไม่ง่ายที่จะให้คำแนะนำ มันไม่ง่ายที่จะให้สอนแต่เราก็ไม่รู้ว่าที่นี่เขาให้เริ่มตั้งแต่อายุเท่าไหร่ แต่ก็เห็นแล้วว่า 8 ขวบถึง 10 ขวบ ก็มีความรู้สึกว่าผู้ปกครองที่นี่แหละสุดยอด ฝึกเด็กให้ได้ขนาดนี้แล้วมีความรู้สึกด้วยว่า สมัยก่อนที่เราไปบ้านปากเกร็ด พญาไทเราเคยคิดนะว่าเด็กโตแล้วไปไหน เพราะตอนนั้นที่นั่นเด็กอ่อนทั้งนั้นเด็กโต แล้วไปไหนต่อเมื่อเช้าใครบอกเรา มาที่นี่ว่าใช่หรือเปล่า ก็แค่ฟังเฉยๆ แล้วก็ได้มาเห็นกิจกรรมมาเห็นอะไรที่ เราก็จะคิดแล้วว่าไอ้แต่ละวันเขาทำอะไร ผู้ปกครองเขาสอนทำอะไร ก็เลยถามใครวะเนี่ยเด็กทั้งหมดเลยป่ะ เขาบอกว่านี่คือทั้งหมด เกือบร้อยแต่ผู้ปกครองที่เราไม่รู้ว่าเท่าไหร่ แต่ว่าเห็นเขาเรียกว่าอะไรพฤติกรรม มีทั้งบางคนที่มั่นใจบางคนที่ไม่มั่นใจ อย่างเราที่นั่งอยู่มีแต่คนเขาวิ่งมาหา ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะเขามาปุ๊บเขานั่งปุ๊บ เขาก็บอกว่ายังไม่มีกิจกรรมหรอไม่ทำยังไงดี เขาเบื่อคนรอบข้างก็มากเลย อ้าวหรอ ก็เลยถามเขาว่าทำไมถึงเบื่อ เพราะอะไรอันนี้เราก็บอกเขาว่าเราตอบไม่ได้ แต่ก็จะบอกว่ามันเป็นอย่างนี้ ก็ถามเขาว่าเขาอายุเท่าไหร่ก็บอกว่าเขาอายุ 18 เราก็บอกว่างั้นเดี๋ยวป้าขอเล่าเพราะมีลูกผ่านอายุ 18 มาก่อน เล่าอะไรให้ฟังแล้วลองไปดูว่าเอาไปปรับใช้อะไรได้บ้างไหม บอกเขาเขาก็เลยเข้าใจ แล้วถามเขาก็บอกว่าเขาชอบร้องเพลงเขาชอบเล่นดนตรี ก็นี่ไงเจอแล้วไม่ใช่เหรอความฝันของตัวเองน่ะ ไปให้มันถึงดิแล้วก็เอาให้มันเก่งมันถึงจะไปได้มันอยู่ที่ร้าน ไม่ได้อยู่ที่คนอื่นเมื่อไหร่ที่เรามั่นใจน่ะ เราก็จะไปถึงแต่ดูหนูไม่มีความสุขนิ เพราะเราดูหน้าตาเขาออกมีเขาไม่ค่อยสดชื่น เขาก็รออะไรหลายๆอย่างแต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว เอางี้ถ้าหนูรักดนตรีหนูจะไปเรียนที่ไหนเขาก็บอก ที่นี่มีสอนอ่านที่นี่มีสอนหรอถ้าที่นี่มีสอน หนูก็เข้าหาคนเก่งเลยก็ครูนั่นแหละ หาความรู้เลยเขาเกลียดเขาก็เลยมาสอนเราได้ หนูอยากเรียนต่อหนูถามเขาด้วยว่าที่ไหนมีทุนที่ไหนมีอะไรบ้าง เขาบอกดูแลถ้าเขาเป็นครูมาสอน แล้วเราก็บอกเขาคำนึงว่าถ้าหนูมีเป้าหมายน่ะ ตั้งไว้เลยว่าจะเป็นอะไรทำอะไรจะเดินไปให้ถึง เพราะเป้าหมายนะตั้งง่ายแต่ความสุขไม่ได้อยู่ที่สุดท้ายที่เป้าหมาย ระหว่างเดินที่หนูจะไปหาเป้าหมายอย่างมีความสุขป่ะ ต้องหาให้เจอถ้าไปถึงเป้าหมายเมื่อไหร่ก็ไม่มีความสุข ถ้าระหว่างเดินทุกตลอดเขาก็บอก มันอยู่ที่ใจใช่ไหมป้า พอเห็นแล้วอ่ะถ้าฟังเขาพูดแล้วก็เข้าใจ ผู้ปกครองที่นี่เขาเก่งเก่งมากๆพอมาตรงนี้เราเห็นว่า แปลว่า สังคมปัญหามันอยู่ที่ทุกจุดเลยน่ะ มันอยู่ที่ว่าเราเห็นมันหรือเปล่า แล้วนี่เรามาเห็นจุดหนึ่งของสังคมที่เราไม่เคยมอง แต่นี่คือจุดใหญ่เพราะนี่มันคือของชาติ ทรัพยากรชาตินะวัยรุ่น ถ้าเราแก้ไม่ได้ปัญหาใหญ่แน่ ก็ได้ความรู้เยอะแยะถ้ามีก็จะมาอีก"

สุข-ทุกข์

"ของผมตอนเริ่มมาตอนแรกก็ รู้สึกไม่แน่ใจว่าวันนี้จะมาทำอะไรครับ พอพี่บอมบอกว่ามาเลย เราก็เลย ใช้สิ่งที่เราเรียนมาครับ ก็เลยมาทำ

ทำแรกๆ ก็ใครมันจะไปเรื่อย เด็กก็มีความตอบสนอง ที่ดีขึ้นเขาเริ่มทำนู่นทำนี่ตามเราไปเรื่อยๆ เราก็เลยเห็นว่าคนทุกคนมีความอยากที่จะมีความสุข เพียงแต่ว่า เราดึงออกมาให้ถูก ตามหลักการของการนำกระบวนการ เพราะเราไปได้ถึงจุดจุดหนึ่ง เด็กก็ไม่ต่างกันมากต่างกันที่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ พื้นฐานทุกคนอย่างมีความสุขกันหมด

ข้อเสียตอนแรก ผมก็เลยใช้วิธีการให้เด็ก เปิดคำถามเชิงบวก ให้เด็กเปิดความคิด เราก็สะท้อนมุมมองออกมาได้ครบทุกคนเลย แล้วทุกคนก็มองเพื่อนไปในทางที่ดีหมด ใจว่าฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยนะว่า เธอรู้สึกกับฉันเธอคิดแบบนี้เหรอ เธอรู้สึกแบบนี้กับฉันเหรอ

เด็ก ๆ คงจะเป็นเด็กที่ลุกลี้ลุกลนซึ่งตัวเองก็เป็นคนลุกลี้ลุกลนอยู่แล้ว คู่กันเราก็เลยให้เขาทำกระบวนการให้เสร็จ พอมาถึงตอนที่เขาทำเสร็จแล้วเขาก็บอกว่าเขามีความสุขมากเลยนะวันนี้ เขาบอกว่าเขาก็มีความสุขมาก ๆ เลยนะ

ความสุขเขาคืออะไรคือการได้มีคนฟัง เหมือนพี่บอมได้ตั้งโจทย์เอาไว้ในคำว่าเราได้ฟังใครอย่างตั้งใจ แล้วเราให้เพื่อนเขาเองลองฟังกันเองสิ อันนี้ผมคิดว่าพี่บอมทำถูกสุดแล้วนะครับเพราะว่าเรามาวันนี้วันเดียว มันจะไม่มีพลังเท่ากับเพื่อน ๆ เขาฟังกันเอง เป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าเธอคิดอย่างนี้เหรอทำแบบนี้หรอ ดีจังเลยที่วันนี้เราได้คุยกัน

เข้ามาตอนช่วงบ่ายครับมีเด็กคนนึงเขาถามว่า
'ที่พี่สอนทำธรรมะเยอะเลยนะ'
'พี่ไม่ได้สอนอะไรเลย พี่แค่พูดเรื่องปกติเรื่องของทุกคนที่มีอยู่แล้วอะ พี่ไม่ได้พูดภาษาไทยปิฎกไม่ได้พูดบาลีไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง'
'เนี่ยแต่หนูรู้นะว่าพี่สอนธรรมะอยู่'
'สอนยังไง ก็เนี่ยมีคุณป้าคนนึงไงที่ให้สวดมนต์น่ะ'

เนี่ยธรรมะของเขาแล้ว เราพยายามจัดการกับตัวเองว่าเราจะไม่มานั่งสอนใครทำตัวให้เขารู้สึกว่าเขาผ่อนคลาย พอดีคุยกับเพื่อน เขาก็พอจะมาเมื่อกี้อ่ะค่ะพี่น้อง วิ่งมาดีใจเหมือนกับว่าเป็นแฟนคลับอะไรอย่างนี้ พี่ ๆ นับถือศาสนาอะไรผมเคยได้ยินคำถามนี้หลายครั้งนะครับ ผมก็เลยตอบกลับไปแบบกวนๆนิดนึงว่าออกผมนับถือศาสนาพุทธคริสต์ อิสลามเต๋าอะไรผมถือหมด พี่เมื่อกี้หนูฟังหนูรู้สึกว่าพี่ได้หมดเลยนะ เออนั่นแหละก็อยากให้เราได้เหมือนกัน อย่าไปนับว่าเรานับถืออะไรมันไม่เกี่ยว เราเกิดมาเจอกันแล้วมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็ได้ ความสุขของหนูที่คิดแบบนี้หนูต้องทำแบบที่เขาแลกเปลี่ยนกันไหมเหมือนที่มะกี้ ผมก็เลยบอกเป็นแง่ว่าความสุขมันก็อยู่คู่ความทุกข์นะลูก เกิดน้องสุขมากแล้วก็ทุกข์มากถ้าเกิดหนูทุกข์มากหนูก็สุขมากหนูก็เลือกเอาละกัน แล้วก็ไปนั่งคิดในกลุ่มเขาครับ

เออน้อตอนนี้หนูรู้สึกมีความสุขน้อยไปอีกสักแป๊บเดี๋ยวหนูก็จะรู้สึกมีความทุกข์ แล้วก็ วิธีการตัดของลูกนะเวลาเพื่อนพูดเหมือนจะบิ้วใช่ไหม ดีดมันออกลูกผมใช้วิธีตลกๆแบบนี้ดีไม่ต้องไปคิดมาก ผมจะเป็นพวกอแดปเอาดีดเอาลูกดีดมันไป มันจะได้รู้สึกว่าไม่ต้องสุขหรือไม่ต้องทุกข์ อันนี้ก็เป็นของผมที่เจอวันนี้นะครับแล้วก็ ขอบคุณทุกท่านนะครับแล้วก็หากวันนี้ทำอะไรผิดพลาดไปก็ขออภัยนะครับ ขอบคุณครับ"

ทุกคนมีส่วนร่วม

"กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมอาสาที่ดีมาก น่าจะเป็นกิจกรรมรูปแบบการที่ทุกคนมาร่วมได้ คนที่ได้มาร่วมเองก็ได้มีปฏิสัมพันธ์ ได้พูดจาได้เกื้อกูลการอันนี้ที่มองเห็นว่า เป็นความสวยงาม

ส่วนรูปแบบที่นี่ บังเอิญในกลุ่มผมเขามองผมเป็นคุณลุงกับคุณยาย ก็เหมือนกับว่ามันมีแก๊บอยู่พอสมควรตอนแรก ตัวเองตั้งใจว่าจะนั่งแยกแล้วก็คุยกลุ่มย่อย กระตุ้นให้เขาอยากจะถามเรากระตุ้นให้เขาถามเราทุกเรื่องราว แล้วก็อยากจะเปลี่ยนประสบการณ์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้เค้า แต่เช็คไป 2-3 ครั้งแล้วมันก็มีแก๊บ ก็เลยล้มเลิกความคิดนี้ โดยการฟอลโล่น้องเขาดีกว่า

แรกๆน้องเขาก็จะมีความประหม่ายังเข้ากันไม่ได้ แต่ก็จะสังเกตถึงอันนึงก็คือว่า น้องทุกคนพยายามอยากที่จะแสดงออก จะใช้วิธีร้องเพลงขึ้นมาก็ได้ ใช้วิธีตะโกนหากันก็ได้แต่มันเป็นวิธีการเรียกร้องตัวตนอะไรบางอย่าง หรืออย่างน้อยถ้าน้องเขายิ่งเงียบบรรยากาศยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ผมเข้าใจว่าน้องเขาพยายามที่จะประคองพวกเราให้อยู่กับน้องเขา

แล้วอันหนึ่งที่ดีมากคือว่า เช่นน้องเขากระตุ้นให้เราร้องเพลงบ้าง กระตุ้นจนสุดท้ายพวกเราก็ไม่มีปัญญาทั้งร้องทั้งเต้น อะเปลี่ยนมาเล่นเกม พอจะเล่นได้ ทำให้เกิดการเล่นเกมสัก 2-3 เกม เริ่มเข้าถึงได้เริ่มรู้สึกว่าคุยได้ เข้าถึงได้

ตอนเช้าต้น ๆ นี่อย่างมากนั่งมองตา พูดว่าเอาใงดีว่ะ เสร็จแล้วพอมาช่วงบ่ายเนี่ย ช่วงชั่วโมงที่เหลือถือว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะว่ามีความรู้สึกว่าเวลาที่เราสื่อสารไป ไงเขาก็จะสื่อสารกลับมาอีก

อันนึงที่จะมองเห็นเนี่ยคือ มีศักยภาพ เช่นอีกคนนึงเนี่ยร้องเพลงเรียนจาก youtube สมมุติว่าชอบนักร้องคนนี้ก็เปิด YouTube คนนี้แล้วก็พยายามเลียนเสียง ฝึกร้องด้วยตนเองจนเขามีสกิลขึ้นมา ไม่มีใครสอนเขา แล้วผมก็มองเห็นอันนึงว่า เด็กเข้าพร้อมรับโอกาส แต่อาจจะโชคร้ายหน่อย ว่าโอกาสมาถึงเขาเนี่ยไม่เยอะพอ ผมสนับสนุนอย่างสวนโมกข์ ถ้าเขาได้มีโอกาสไป ทัศนศึกษา โดยที่เราหรือผมเนี่ย ก็ยินดีก็จะเป็นฝ่ายต้อนรับขับสู้ ตัวเขาเปิดรับอยู่แล้วที่จะเรียน แล้วยิ่งถ้าให้เขาได้สัมผัสถึงทางธรรมทั้งชีวิตด้านใหม่บ้าง มันจะสามารถต่อยอดเพิ่มให้เขาได้เหตุผลเพราะว่า ยังมีบางคนอยู่กับเปลือกเช่น ยังสนใจว่าฉันจะได้อะไร ฉันจะมีอะไร ฉันจะเป็นอะไรอยู่ แต่การลงลึกจากด้านใน ทำให้เห็นว่าเขายังมีกำแพงอยู่ ผมรู้สึกว่า บางคนเมื่อไหร่จะกระโดดเข้าด้านในเขากำลังอ่อนแอ เขาพยายามเลี่ยงที่จะใช้วิธีนั้น ใช้วิธีร้องตะโกนเอะอะมะเทิ่งใส่กันมี เล่นแรงมีเล่นหยอกล้อกัน แต่ไม่ถึงกับใช้ความรุนแรง แต่ผมเข้าใจว่านี่คือวิธีการสื่อสาร ที่พยายามบอกกับเราว่า เขาโอเคนะ เขาอยากเป็นคนสำคัญคนหนึ่ง ก็คงมีเท่านี้ครับ"

ขั้วที่แตกต่าง

"ก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์บอม ที่มีกิจกรรมพามาสัมผัสชีวิตกับเด็ก ต้น ๆ เนี่ยเราคิดว่า กังวลใจอยู่นะคะว่าสิ่งที่เราจะเข้าหาเด็กจะก่อให้เกิดปัญหา แล้วสิ่งนั้นก็ไม่ใช่เลยมันกลับตรงข้าม เด็ก ๆ น้อง ๆ พวกนี่เนี่ยใจลึก ๆ ของเขาความบริสุทธิ์ของพวกเขา ความคิดความอ่านเขาเป็นผู้ใหญ่มากเลย ไปถามว่าหนูเรียนถึงชั้นไหนแล้ว เพราะว่าตอนนั้นหนูเนี่ยเป็นลูกครึ่งเวียดนามไทย แม่กับพ่อทะเลาะกันหลังๆ หนูก็ต้องมาที่นี่แล้วก็มาเรียน จะเรียนต่อก็ไม่ได้ก็ไปเรียนอยู่ที่นั่น ก็หลักสูตรไม่เหมือนกันแต่ด้วยความโชคดีของเขา มาที่นี่เขาได้เรียนต่อฟื้นฟูกันใหม่ เราก็ให้กำลังใจเขานะว่าโอเคหนูมีพรสวรรค์นะ ตั้งใจเรียนไปเลยแล้วก็ขอบคุณมากๆ แล้วก็สิ่งที่เหมือนคุณหริพูดน่ะ เราสองคนก็ทำยังไงดี พลังของเด็กกับวัยของเราวัยชราในมันเหมือนเป็นขั้วบวกขั้วลบของการ แต่ในที่สุดเราก็พยายามปรับให้เข้าเค้า พอหลังๆเราก็เล่นกะเขาเฮฮาปาร์ตี้กับเขาเลยเหมือนที่คุณหริบอก เขาส่งเสียงเพื่อที่เหมือนกับแบบเรียกร้องแสดงออก ความในใจของเขาตรงนั้นออกมา และสิ่งที่สัมผัสได้เขามีความจริงใจนะคะ แล้วก็อยากจะแสดงออกถึงสิ่งที่เขาพยายามเก็บอยู่ในใจ ให้เป็นผลสำเร็จกับการที่เราให้กำลังใจเขาเนี่ย เรามีความสุขเขาก็มีความสุข สั้นๆแล้วตอนท้ายที่มีการกล่าวอำลาการก็มี ก่อนที่จะมีการกล่าวอำลาที่มีการจับกลุ่มกันล้อมวง มาเร็วมาหาพี่คนนี้กันใจนี่พองโตเลยการที่เราปรับตัวเข้าหาเขาเป็นเด็กๆเขาเรียกเราเป็นพี่แต่ต้นๆเรียกยายกับป้าเลยมีความรู้สึกเราปรับตัวเขาก็มีความสุขเราก็มีความสุขต้องขอบคุณสิ่งต่างๆที่มันลงตัวนะแล้วเขามีบางอย่างเหมือนเก็บอยู่ในใจอ่ะมีความรู้สึกว่าทำไมเด็กพวกนี้ถึงมีปัญหาแบบนี้นะคุณก้อยเขาก็บอกว่ามันเป็นธรรมชาติมาปลอบโยนว่าสิ่งต่างๆมันก็เป็นเช่นนั้นเองเป็นตามปัจจัยมันสะเทือนถึงความรู้สึกเด็กๆบางคนเขาอยากจะได้สิ่งดีๆแต่ก็ไม่มีโอกาสก็พยายามดิ้นรนที่จะเป็นคนดีของสังคมและสถานแห่งนี้ดีมากๆเลยคือเขาสอนเด็กให้รู้จักมีบุญคุณให้รู้จักผู้ใหญ่รู้จักรักษาตนเองแล้วก็เอาตัวรอดเด็กพวกนี้มีมารยาทดีมากๆมันซึ้งใจเนาะและสิ่งที่ทำให้น้ำตาแตกเด็กเล็กๆคนหนึ่งเข้ามากอดอีกคนเข้ามากอดคือพยายามเก็บความรู้สึกในใจเอาไว้ว่าเราโชคดีนะลูกเราก็โชคดีที่เราอุ้มชูเขาได้เต็มที่เด็กพวกนี้ก็จริงอยู่ที่เขาไม่มีโอกาสแต่ ณ สถานที่แห่งนี้เคยถามว่าก่อนหน้านั้นถามหนูหนึ่งเป็นอะไรก่อนหน้านี้ เป็นพญาไทเนาะถามคุณหริ ว่าสถานธัญพรแปลว่าอะไรแปลว่าผู้ประเสริฐผู้โชคดีดีใช่ไหมเขาบอกเออ่เป็นเช่นนั้นเลยขอบคุณสิ่งต่างๆและสถานที่นี้เป็นสถานที่ดีมาก และเป็นการผลิตพลังอย่างหนึ่งของชาติ เด็กจริงๆนะคะไม่มีโอกาสไปทางของเขา เยอะแต่เขามีความรู้สึกในตัวเองเกี่ยวกับการเรียนรู้ สิ่งนั้นบางทียังดีกว่าเด็กที่มีพ่อแม่อุ้มชู ขอบคุณค่ะ"

ใจมันเต้นที่น้องคุยกับเรา

"ค่ะก็กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรกที่หนูได้มานะคะ ตอนที่ได้ยินพี่บอมถามเพื่อนของเพื่อน มาที่ฟังก็รู้สึกว่าจะทำได้ไหม จะคุยกับน้องยังไงดีพอได้เริ่มทำกิจกรรมจริงๆ กลายเป็นว่าเราเจอน้อง 2 แบบแบบที่ 1 คุยเก่งกับแบบที่ 2 ไม่คุยเลยน้องไม่พูดเลยน้องเหม่อลอย น้องมองทางอื่นน้องไม่หันมามองเลย ตัวที่วงอยู่ด้านหน้า ทำยังไงดีอยากคุยกับน้องคนนี้จังเลย สิ่งที่หนูทำก็คือพยายามที่จะคุยกับเขาถึงแม้ว่าเขาจะไม่ตอบ พยายามที่จะให้ชื่อของเขาในมีส่วนร่วมในวงของเพื่อน ประมาณนั้นกระทั่งน้องเขาเริ่มยิ้ม หัวเราะนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้พูดนะ คำเดียวที่หนูได้ยินคือน้องชื่อเตย พูดแนะนําตัวเอง อย่างเดียวอย่างอื่นไม่พูดเลย จะมารอบหลังรอบบ่ายๆน้องเขาก็เหมือนกับเปิด ใจให้เราขึ้นมาประโยคที่น้อพูดยาวที่สุด พี่รู้ไหมว่านี่คืออะไรเสื้อเขาหนูบอก มินเนี่ยนน้องก็บอก ชอบมินเนี่ยนเนาะน้องพูดแล้ว แค่นี้เราก็รู้สึกว่าใจมันเต้น ก็รู้สึกดีใจแล้วก็รู้สึกดีที่ได้คุยกับเรา จากที่น้องไม่คุยไรงี้ ตอนที่ให้มาหาพี่พี่น้องเขาวิ่งมากอด มาจับมือไม่ปล่อยเราก็เลยรู้สึกว่าเรามีความสุข รู้สึกว่าครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากขอบคุณค่ะ"

พื้นที่แสดงออก

"จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะพูดยังไง ตั้งแต่ตอนที่สมัครเลยไม่รู้ว่าจะมาทำอะไร แล้วพออาจารย์บอมโทรมาหาก็หนักใจเลย เราจะต้องมีข้อระวังเยอะแยะ พอเข้าวงยิ่งหนักใจเข้าไปใหญ่ เด็กๆ 5 คนเดินหนีไปพี่เลี้ยง 2 คนมีพี่กับป้ากะหลาน ไปเหลือสองคน 1 ตอน 1 ตอนนี้เอาละสิ พูดอะไรพูดไม่ออกไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรอาจารย์บอมบอกชอบเพลงก็เลยถาม ก็ว่าน้องสองคนนี้ชอบร้องเพลง เคยได้รางวัลเคยไปแข่ง ก็เลยทำให้รู้สึกว่าเท่าที่มีพอแล้ว 2 คน เริ่มเล่นเกม ก็เลยจอยกัน พอมามาจอยกันก็ เลยรู้ว่าเด็กโตที่นี่เป็นเด็กที่มีศักยภาพ สูงไม่ใช่อย่างที่เราคิดมา ให้เขามีโอกาสได้แสดงออก หรือว่าต้องการให้เรามาให้อะไรเขา แต่พอมาเจอเราแค่มาให้เขาแสดงออกเท่านั้นเอง อันนั้นน่าจะพอเพราะว่าเขาศักยภาพสูงนะบางคนเนี่ย เป็นตัวแทนแข่งนู่นแข่งนี่ งานเท่าที่ฟังเนี่ย บางคนเดี๋ยวเขารู้เป้าหมายของเขาในขณะที่เราอายุเนี่ย เท่าเขาเรายังไม่รู้เลยว่าเราจะทำอะไร เด็กที่นี่ไม่ใช่เด็กที่มีปัญหาแต่พอ เล่นเกมปลาดุกปลาช่อนก็มีแต่คนหนึ่งวิ่งเข้ามา ก็เด็กๆ 10 ขวบ มันก็ที่ตรงนี้มันจะมีสองแง่เด็กโตต้องการคนรับฟังเด็กเล็กต้องการกอด"

ยุคสมัยเปลี่ยน

"เดิมทีสมัยเรียนเคยเข้ากิจกรรมแบบทำนองแบบนี้เรื่องเด็กมีปัญหา มาเทียบกับวันนี้ที่มาแล้วคุณภาพเด็กต่างกันมากคงเพราะวิชาการสมัยใหม่คงเพราะอาจารย์ที่ดูแลศึกษามาเขาถึงควบคุมเด็กและให้อยู่ในคุณภาพที่ใช้ได้อย่างที่เราเห็นในวันนี้ อีกอันนึงคือเด็กอยู่ด้วยกันแทนที่เด็กแต่ละคนมีปัญหาจะอยู่ที่บ้านเขามันยิ่งลึกๆแต่เขาได้มาอยู่ตรงนี้มีการเปรียบเทียบว่าทุกคนก็เป็นเหมือนเขาเราเลยดูว่าเขาไม่มีปัญหามีความสุขดีแต่ว่าเราตอบสนองกับเขาโดยที่ไม่เขินอายที่จะเล่า เลยรู้สึกว่าบ้านธัญพรเดียวนี้พัฒนาขึ้นเยอะเด็กๆ คุณภาพดีขึ้นเยอะ"

อยู่กับปัจจุบัน

"วันนี้ก็รู้สึกกังวลเหมือนกันเป็นห่วงพี่ๆ ทุกคน ที่ว่ามาทำอะไรกัน ผมเองก็คุ้นเคยอยู่แล้วว่า เดี๋ยวคุยกันหน้างาน ออกแบบทีละชั่วโมง ทีละช่วงไป มันมีเงื่อนไข มันมีรายละเอียดที่ต้องระวังเยอะ มันก็อาจจะต้องออกแบบทีละสเต็ปๆไป

ช่วงแบ่งกลุ่ม ผมก็นั่งอยู่นะครับ เล็งใครจะมาหาผมไหม สุดท้ายก็ไม่มีครับ ผมก็รู้สึกโล่งครับ โล่งอก ครูเขาสอนมาดีมากครับ เราเป็นผู้ชายมั้ง น้องเป็นผู้หญิง มันอาจจะไม่เหมาะสม ก็เลยขึ้นด้านบน พี่บอมบอก ดูน้องหน่อย วัยรุ่นชอบมาก ผมก็เลยไปนั่งข้างๆ สะกิตข้างหลังครับ มีอะไรให้ช่วยไหม ไม่มีอะไรก็สุดท้าย เด็กบอก พี่ๆ มานั่งตรงนี้ก็ได้ เราก็ดีใจเหมือนกัน บางทีเขาก็ดูเราอยู่นะ เขาแค่อาจจะหาช่วงเวลาหรือช่องว่างชวนเราอยู่ 

วันนี้ผมมีความสุขกับการได้ยินเสียงเพลงของเด็กๆ ครับ รู้สึกว่าเขาผ่อนคลาย แล้วก็มีความสุขจริงๆ ไม่ได้จากคำที่บอกเล่านะครับ แต่เป็นจากเสียงเพลงที่เขาร้อง

ช่วงหลังๆ ก็มีน้องสองสามคน ถามพี่ชื่ออะไร พี่ชื่อหม่องครับ ผมก็นึกดีใจนะครับมีคนสนใจอยู่"

นิทานคนละเรื่อง

"ชอบคือตอนที่ อาจารย์บอมบอกว่า เออ...ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่ต้องทำให้ถึงปัจจุบัน ซึ่งอันนี้ก็ต้องขอบคุณอาจารย์บอม เราก็ไม่รู้นะ ว่าเขาพูดกับเด็กยังไง การที่ผู้นำให้ขอบเขตเราไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็จะไม่เข้าไป มันเป็นประโยชน์

ตอนที่ให้เด็กมาหา ก็ไม่มีใครเหมือนกันนะ ตอนหลังมีเจ้าหนูคนเดียว วิ่งมาหา เราก็เอ๊ะ จะทำยังไง กับเขาดีวะเนี่ย เหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วปัจจุบันเป็นยังไง เด็กเขาก็ต้องเล่านิทาน ก็เลยถาม เธอชอบทำอะไร ทีแรกก็ถามปัจจุบันก่อนว่า ตื่นนอนทำอะไร เขาก็ตอบเสร็จ เออ ก็ไม่มีอะไร หนูชอบอ่านหนังสือไหม ชอบชอบแล้วเรื่องอะไรบ้าง เขาก็พูดเกี่ยวกับการ์ตูน เราก็ฟังไม่ค่อยถนัดเนาะ เพราะว่าเราก็แก่แล้ว เด็กเขาก็พูดขึ้นมา ก็เลยถามว่า เอาอย่างงี้ละกัน เราเล่านิทานคนละเรื่อง ให้หนูเล่ามาให้ป้าฟังก่อน เดี๋ยวป้าก็จะเล่าให้หนูฟัง เขาก็เล่ากระต่ายกับเต่า พอเขาจบเรา ก็เอ๊ะ จะเล่าอะไรดีนะ เราก็นึกถึงตากับยายที่ปลูกถั่วปลูกงาให้หลาน หนูเคยฟังไหม ไม่เคย ถ้างั้นเดี๋ยวป้าจะเล่าให้ฟังนะ พอเอ่ยไป 2-3 เรื่อง  อ๋อ หนูนึกออกแล้ว ๆ ที่นี้เราก็ยิ่งสบาย อะงั้นหนูเล่าให้ป้าฟัง จะเหมือนของป้าไหม ก็เลยให้เขาเล่า เขาเล่าแม่นมากเลย แต่ว่าตอนจบ สุดท้ายเขาบอกไม่เป็น เขาบอกว่าเป็นผึ้ง ผึ้งไปต่อยช้าง เราก็บอก ของป้าเป็นแมงหวี่ แล้วของหนูจบยังไง ของหนูจบแล้ว โอ๊ยไม่ใช่แล้ว ไม่จบแมงหวี่ตอมตาช้าง ช้างก็ โอเคโอเค เดี๋ยวจะไปช่วย ก็เลยให้เขาเล่าย้อน เราก็นึกว่าเขาจะลืม ปรากฏว่าเราก็นึกถึงคุณนีขึ้นมา เรื่องนี้สรุปมันจะเป็นยังไง งั้นหนูอยากเข้ากลุ่มไหน เขาก็บอกว่าขอดูก่อนได้ไหม เราก็พาดู มันก็ไม่ได้สักที งั้นเอากลุ่มนี้ละกัน ก็เลยไปสะกิดคุณนี ว่าเด็กคนนี้ความจำเค้าดีนะ แต่เดี๋ยวจะเช็คอีกทีนึงว่าที่เราบอกเขาไป เขาจะจำได้ไหม ตอนสุดท้ายที่เขาเล่ามันก็เป็นแมงหวี่นะ ไม่ใช่ผึ้ง เออ เขาก็นั่งเรียน แต่ตัวเขาเนี่ยเป็นตุ่มเต็มเลยนะ ที่เขาใส่เสื้อไว้เราก็ หนูไปโดนอะไรมา หนูอ่ะไปโดนแตน แล้วทำไมแถวนี้มันมีแตนหรอ เขาชอบไปมุดๆแสดงว่าเด็กคงซนอะเนาะ แล้วทำไมถึงรู้ว่าเป็นแตน ก็มีพี่คนนึงเอาหลอดมาจิ้มๆ ดูมันถ้าเป็นผึ้งต้องมีเหล็กใน แต่ไม่มีเหล็กในแสดงว่าเเตน หนูโดนเมื่อไหร่ ถ้าหนูเกาๆ บ่อยๆ มันจะอักเสบเป็นหนอง เขาบอกว่าวันพุธ เขาไม่ค่อยใส่ใจก็ตัวเอง แต่ดูแล้วว่ามีสมาธิดีมากเลย เราแค่ใส่คำเดียว เอ้ยไม่ใช่ของป้ามันเป็นแมงหวี่ เขาก็จำ ละก็แก้ ก็เลยคิดว่าอาจจะเป็นพรสวรรค์ เอ๊ะทำไมมันวิ่งมาคนเดียว แปลกใจเหมือนกันว่า เออคนอื่น เอ๊ะจะคุยอะไรกับมัน ก็ขอขอบคุณอาจารย์บอมมากที่ให้โอกาสและคิดว่านอกจากเด็กๆ ได้ประโยชน์ และเรายังได้ประโยชน์ ได้ความสุขจากการที่เห็นเด็กได้ประโยชน์ มีความสามารถ ขอบคุณ"

ป้ายกำกับ

แสดงเพิ่มเติม