ถั่วทอดในตำนาน
คนชอบหาเรื่องมาเล่า ..ถั่วทอดในตำนาน
by ศตพร วานิชทวีวัฒน์
"อะไรเอ่ย เวลาเดินมี 2 ขา เวลาหยุดมี 6 ขา"
ถ้าคุณอายุไม่ต่ำกว่า 45 คงเคยได้ยินคำถามอะไรเอ่ยแบบนี้ นั่นเป็นอาชีพอีกอาชีพหนึ่งบนถนนดินสอ ที่ขายตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูก
บังแจ๋ว ...แขกขายถั่ว...ใครที่เป็นศิษย์เก่า โรงเรียน อำนวยศิลป์ในยุค 20 กว่าปีที่แล้ว คงเคยอุดหนุนถั่วทอดบังแจ๋วกันบ้างหล่ะ
คุณต่อ ก็เคยเป็นหนึ่งในศิษย์เก่าที่ โรงเรียนอำนวยศิลป์ ที่เป็นลูกค้าบังแจ๋ว คุณต่อ (รพีพัฒน์ เกศโกศล) เล่าว่า ไม่เจอบังมานาน หลังจากที่มีการปรับปรุงโรงอาหารที่ โรงเรียน บังก็เลิกไปขายที่นั่น จนวันหนึ่งมาเจอบังอีกครั้งที่ร้านบริเวณถนนดินสอ ดีใจที่ได้มารำลึกความทรงจำอีกครั้ง
"เวลามีงานศิษย์เก่า บรรดาศิษย์เก่า จะมาอุ้มบังไปขายถั่วในงาน เหมือนไปเจอะเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง "
คุณต่อเล่า ช่างเป็นความผูกพันอันงดงามจริงๆ ฟังคุณต่อเล่าไปบังแจ๋ว ชายชราวัย 70+ ผมหยักโศก ผมสีดอกเลา ก็หัวเราะด้วยแววตาอันมีประกายแห่งความสุข
เมื่อคุณต่อถามว่า
"เคยเรียกแต่บังแจ๋ว แน่นอนแหละ เป็นแขก....."
บังรีบแทรกตอบพร้อมกับหัวเราะอย่างอบรมดีทำเสียงหยอกคุณต่อ อย่างมิตรเก่าที่คุ้นเคยว่า ..
"ไม่นะ ผมเป็นคนไทย เกิดที่นี่ แต่พ่อผมมาจากอินเดีย"
เรียกเสียงฮาจากพวกเราได้อีก
บังนับถือศาสนาฮินดู คุณพ่อสุบู โทปิ มาจากเมืองโกลักปู ประเทศอินเดีย มาประเทศไทยช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง แรกๆ คุณพ่อบัง ลองผิดลองถูกอาชีพอื่นมาก่อนจะขายถั่ว บังเล่าว่าพ่อมาแบบเสื่อผืนหมอนใบ เริ่มต้นจากแบกผ้าม้วนขาย พร้อมกับไม้เมตรคู่ใจและกรรไกร เดินไปเรื่อยๆ จนถึงเยาวราชแถวๆเท็กซัสในปัจจุบัน ขายอยู่6-7ปี เริ่มมีผ้าตกรุ่น ขายยากขึ้น
คุณพ่อบัง เปลี่ยนอาชีพมาทำอาชีพสุดคลาสสิคสำหรับแขก คือ ยาม ไม่นาน คุณพ่อบัง ก็เปลี่ยนมาลองขายถั่วทอด แรกๆก็ขายเทินโต๊ะขายถั่วหนักรวมๆ30กิโลกรัม เดินขายไปตามเส้นทางคุ้นเคยที่เคยขายผ้า จนในที่สุดก็มาขายประจำที่ โรงเรียนอำนวยศิลป์ พออายุมากขึ้นเดินไม่ไหว ก็มาเปิดร้านขายที่ถนนดินสอ บังแจ๋วไปขายที่โรงเรียนอำนวยศิลป์แทนพ่อ หลังจากที่บังแจ๋วเลิกขายที่โรงเรียน มาขายที่ร้านนี้ต่อจากพ่อจนปัจจุบัน
บังเริ่มทอดถั่วตี5 เปิดขายตั้งแต่ 6โมงเช้าจน 3ทุ่ม ถั่วร้านนี้เป็นถั่วนานาชาติ ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ุพวกนี้ซื้อได้ในไทย ถั่วปากอ้าเป็นถั่วนำเข้าจากจีน และ พิเศษสุดที่บังบอกว่ามีแต่ที่ร้านบังขายคือ ถั่วฝักยาว บังนำเข้ามาจากพม่า
เคล็ดลับความอร่อยของถั่วร้านบังแจ๋ว ยังคงใช้เตาถ่าน ทำให้มีความหอมและใช้ไฟอ่อน เพื่อให้กรอบถึงข้างใน
อีกเคล็ดลับคือ บังใช้น้ำมันมะพร้าว ไม่ใช้น้ำมันปาล์มเพราะจะทำให้มีกลิ่นหืน บังใช้ทอดสองครั้งแล้วเปลี่ยนน้ำมัน บริเวณอาคารที่เป็นร้านบังแจ๋วตั้งอยู่นั้น คุณพ่อบังแจ๋วเล่าให้บังฟังว่า เป็นที่ของวัดบวรนิเวศน์
ในสมัยรัชกาลที่ 5 บริเวณนี้เป็นที่โล่ง พระองค์ใช้เป็นที่ผูกรถม้าเมื่อเสด็จมาวัดบวรฯ จนเมื่อมีรถยนต์ใช้ พระองค์ทรงคืนที่ให้ทางวัดจึงสร้างอาคารพาณิชย์ให้เช่า วันนี้นอกจากได้กินถั่วมันๆ ยังได้คุยกับบังแจ๋วที่ให้การต้อนรับกับชาวคณะอบอุ่นดุจญาติ แล้วยังได้ความรู้จากบังอีก
ขอบคุณ คุณต่อ รพีพัฒน์ เกษโกศล และทีมงาน เครือข่ายท่องเที่ยวภาคปะชาสังคม ที่นำพวกเรามารู้จักย่านประวัติศาสตร์ และเรื่องราวเก่าๆ ที่ถ้าไม่เล่าคนรุ่นใหม่ก็ไม่ทราบและจะเลือนรางหายไปในที่สุด นับเป็นกิจกรรมอันทรงคุณค่าเพื่อปลุกจิตสำนึกรักถิ่น นำไปสู่การอนุรักษ์และหวงแหนสมบัติของชาติ
#เรื่องเก่าไม่เล่าก็ลืม #เที่ยว7ย่านเก่าในกรุงเทพฯ #ชวนชิมของดีย่านบางลำภู
