หลักการ และ เทคนิคการคิดบวก

การคิดในทางบวกหมายถึงอะไร

จริง ๆ แล้วหากเราจะมองว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา เป็นได้ทั้งสิ่งที่เป็นด้านบวก
เช่น
ดี สวย งาม น่าชื่นชอบ น่าชื่นชม น่าภูมิใจ น่ายกย่อง สุข เก่ง สบายใจ สบายหู สบายตา อย่างนี้เป็นต้น

หรือสิ่งที่เป็นด้านลบ ซึ่งตรงกันข้ามกับด้านบวก เช่น
ไม่ดี ไม่สวย น่ารักเกียจ น่าตำหนิ ทำให้ทุกข์ใจ ความล้มเหลว ผิดหวัง รกหู รกตา อย่างนี้เป็นต้น

การคิดในทางบวก ก็จะหมายถึงการที่เราสื่อสารภายในตัวของเราเอง ให้สามารถคิด ทำความเข้าใจ ยอมรับ-เรียนรู้ และสามารถควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราต้องเผชิญเหตุการณ์ทั้งด้านบวกและลบ ทำให้เรามีความเข้าใจในธรรมชาติของการดำรงชีวิต การทำงาน หรือการกระทำใด ๆ ก็ตาม ว่ามีทั้งความสำเร็จ หรือมีโอกาสเกิดปัญหา หรืออุปสรรคควบคู่กันไปได้เสมอ

การคิดบวกจะช่วยให้เราแสดงพฤติกรรมเชิงบวกและเพิ่มพลังให้กับตัวเอง
ซึ่งหากเราสะสมความคิดด้านลบมากกว่าด้านบวก
พฤติกรรมที่แสดงออกมักจะเป็นพฤติกรรมเชิงลบ

แต่ถ้าหากเราสะสมความคิดทางบวก เช่น พูดดี ทำดี
พฤติกรรมที่แสดงออก ย่อมแสดงในสิ่งที่เป็นบวก

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การเพิ่มพลังให้กับพลังจิตใต้สำนึก
คือการสั่งสมความคิดเชิงบวกให้มีปริมาณมากจนเป็นพลังที่จะทำให้ตนเองสู้ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุขประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นความรู้สึกดี ๆ ที่เราทำให้ตัวเองได้

การคิดในทางบวกทำได้ แต่ก่อนอื่น เราต้องเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองที่จะผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นทางลบก่อน โดยเริ่มจากมองสิ่งต่าง ๆ ว่ามีความเป็นไปได้

ซึ่งเทคนิคของการคิดในทางบวกนั้นมีหลากหลาย
พอสรุปได้ดังนี้

เทคนิคที่ 1 ใช้คำทางบวกในการสนทนา
ในการสนทนากับคนอื่น หากบุคคลยืนยันที่จะใช้คำว่า
“ฉันทำไม่ได้”
ความคิดนั้นก็จะทำให้บุคคลรู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้จริง ๆ
ดังนั้นการเริ่มใช้คำที่จะบอกตัวเองว่า เราทำได้ ทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ เราจะสามารถทำงานนี้ได้สำเร็จ
อย่าลืมว่าปัญหามีไว้แก้ไข
ฉันไม่เคยยอมแพ้ เราบอกตัวเองได้แบบนี้ ย่อมจะช่วยให้เราสามารถคิดทำความเข้าใจ
 เรียนรู้ และสามารถที่จะทำให้เรา ทำความรู้สึกทางลบให้เปลี่ยนเป็นความคิดทางบวกให้กับตนเองได้

เทคนิคที่ 2 ขจัดความรู้สึกที่ไม่เป็นไปในทางบวกทิ้งไป
อย่าปล่อยให้ความคิดหรืออารมณ์ทางลบ
ทำให้เรารู้สึกขุ่นมัว
จงขจัดความคิดบั่นทอนพลังของเรา
และเพิ่มความคิดที่เสริมพลังให้มาก ๆ
ทุกครั้งที่สิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่เป็นไปดั่งคาดหวัง
ทำให้เราจมอยู่กับความทุกข์
ท้อแท้ หมดหวัง
หมดพลัง
เทคนิคนี้เราต้องมีสติรู้ตัวก่อน
ว่าเรามีอารมณ์ความรู้สึกทางลบเกิดขึ้น
จงพยายามยอมรับว่าเรามีความคิด
มีความรู้สึกทางลบกับเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

เสียใจ
เศร้าใจ
ทุกข์ใจ
หงุดหงิด
ผิดหวัง เป็นต้น

แล้วให้เราจงรีบขจัดความคิดนั้นออกไปจากตัวเรา
พยายามบอกตัวเองว่า
หยุด
เลิกคิด
เลิกรู้สึกแบบนั้นได้แล้ว
ไม่มีประโยชน์เลยที่จะคิดหรือรู้สึกแบบนั้น
คิดแบบนั้นแล้วได้อะไร
หยุดคิดเถอะ

เทคนิคที่ 3ใช้คำพูดที่ปลุกความเข้มแข็งและความสำเร็จ
จงเติมเต็มความคิด
ด้วยคำพูดที่ทำให้เราเข้มแข็ง
มีความสุข
และสามารถควบคุมชีวิตให้ดำเนินไปได้
การพูดกับตนเองนี้
เป็นการสื่อสารภายในตัวบุคคล
ซึ่งสามารถทำได้โดยการคิด
หรือการพูดกับตัวเอง
ซึ่งอาจเป็นการพูดในใจ
หรือเปล่งเสียงออกมาก็ได้
การพูดทางบวก
โดยเริ่มจากการเรียกชื่อตัวเอง
ในชื่อที่เรามักจะใช้พูดกับตัวเอง
ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน
เช่น บางคนอาจเรียกชื่อเล่นของตัวเอง
เช่น
ก้อย
น้อย
นิด
เอ
โอม

หรือเรียกเป็นสรรพนามแทนตัวเอง เช่น
เค้า
ตัวเอง
ป้า
พี่ แม่ น้อง ลุง
คนเก่ง
ตัวเล็ก
เป็นต้น

การสร้างคำพูดที่ปลุกความเข้มแข็งและความสำเร็จ
และพูดซ้ำ ๆ ให้ตัวเองได้ยิน
และมีพลังต่อไป

จงใช้ความพยายามในการที่จะพูดคำสร้างสรรค์เหล่านี้
มากกว่าคำที่จะทำให้เรารู้สึกแย่
หรือรู้สึกล้มเหลว
และขาดความมั่นใจ เช่น
สู้ สู้
ฉันทำได้
สบายมาก
เก่งมาก
ยอดเยี่ยมมาก
สุดยอด
เป็นต้น

ป้ายกำกับ

แสดงเพิ่มเติม