หลักการและเทคนิคการสร้างความเข้มแข็งในตนเอง
การสร้างความรู้สึกที่ดีให้ตนเองโดยใช้หลักการและเทคนิคการสร้างความเข้มแข็งในตนเอง โดยการเสริมสร้างพลังอำนาจ
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
หมายถึงกระบวนการส่งเสริมให้คนเรามีพลัง มีความสุข และมีอำนาจในการตัดสินใจเลือก ที่จะใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น นำไปพัฒนาตนเอง ให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
แนวคิดเกี่ยวกับการเสริมสร้างพลังอำนาจ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวคนเรา
และมีลักษณะสำคัญ 5 ประการ
ประการที่ 1 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการเพิ่มความสามารถและส่งเสริมให้คนเรากำหนดแนวทางการดูแลตนเอง
และควบคุมตนเองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีทาง ที่สร้างสรรค์
เช่น การเลิกดื่มสุรา
การงดสูบบุหรี่
การทำงานให้สำเร็จ
การฝึกฝนในกีฬาที่ตนชื่นขอบ
เป็นต้น
ประการที่ 2 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการของการปฏิบัติต่อกันบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน
เช่น การมองคนอื่นในแง่ดี
การเคารพความคิดเห็นและคำแนะนำของคนอื่น
แล้วนำความคิดเห็นนั้น
มาปรับปรุงตนเอง เป็นต้น
ประการที่ 3การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสายสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระหว่างคนเรา
กับชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา เช่น
เมื่อเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ
สังคมก็จะให้ความสำคัญ ยกย่อง ชมเชย
และเมื่อเราทำได้แม้เพียงเล็กน้อย
สังคมหรือผู้คนรอบตัวก็จะช่วยให้เรามีพลัง เพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปได้
ประการที่ 4 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการเพิ่มแหล่งพลังอำนาจที่ช่วยสร้างโอกาสความสามารถ และประสิทธิภาพให้กับคนเรา เช่น
เมื่อเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่น ไม่ท้อ
ก็จะเป็นการเสริมประสิทธิภาพให้เรามีพลัง
เพื่อทำสิ่งที่เราจินตนาการ
หรือสร้างภาพฝันต่อไปได้
ข้อสุดท้าย
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการมีส่วนร่วม และการได้รับการสนับสนุน เช่น
เมื่อเรามีความพยายามที่จะก้าวผ่านปัญหา อุปสรรค
และลุกขึ้นมาเผชิญปัญหาอย่างมีสติ
และได้รับการสนับสนุน ให้กำลังใจ
มีการยกย่อง ชมเชย หรือมีการรวมพลังทำความดีด้วยใจ
รู้จักให้โดยไม่หวังสิ่งตอบเป็นน้ำใจของคนที่จะเสริมพลัง
การมองตนเองว่ามีค่า เห็นคุณค่า ชื่นชม
ให้กำลังใจกันและกัน
จะช่วยให้คนเรามีกำลังใจและมีพลังในการใช้ชีวิต
เพื่อเสริมสร้างความสุขทางใจให้เกิดขึ้นได้
ปัจจัยที่ทำให้คนเรามีกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจ
เกี่ยวข้องกับปัจจัย 2 ปัจจัย
ได้แก่
ปัจจัยภายในตนเอง
หมายถึงปัจจัยที่อยู่ในตัวคนเรา
ซึ่งแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป
อันเป็นผลมาจากการสั่งสม เรียนรู้ และสร้างสมประสบการณ์ของแต่ละคน
ประกอบด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท
ความผูกพัน
ความรัก
ของคนเราต่อเรื่องนั้น ๆ
และ ปัจจัยระหว่างบุคคล
หมายถึงปัจจัยที่อยู่รอบตัวอันเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเรากับคนอื่น
รวมถึงสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคม ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน
ประกอบด้วย การสนับสนุนทางสังคม
สัมพันธภาพระหว่างบุคคล
สิ่งแวดล้อม
บรรยากาศที่ดี
ความช่วยเหลือและความปรารถนาดีต่อกัน
ยอมรับในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ
ยึดมั่นในการที่จะปฏิบัติร่วมกัน
เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจัยภายในและปัจจัยระหว่างบุคคล
เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระบวนการของการเสริมสร้างพลังอำนาจ
อาศัยการมีส่วนร่วม
การสื่อสารที่ดี
มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติ
เพื่อให้คนเราเกิดความมั่นใจ
พึงพอใจในความสามารถของตนเอง
ทีนี้เราจะมาเรียนรู้เทคนิคการสร้างพลังอำนาจกัน
ซึ่งมีง่าย ๆ ทั้งหมด 4 ขั้นตอน
ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ Cheryl Gibson
ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางการพยาบาลจากประเทศแคนาดา
ขั้นตอนที่ 1 การเปิดเผยความเป็นจริง
หมายถึง การทำให้คนเราเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวกับตนเอง
โดยเริ่มจากการที่คนเราจะต้องยอมรับเหตุการณ์ และสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนตามความเป็นจริง
และเราต้องทำความเข้าใจข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนั้นที่ถูกต้อง
มีอารมณ์
สติปัญญา
การรับรู้
และพฤติกรรมการตอบสนองต่อความจริงนั้นอย่างเหมาะสม
มีการเปลี่ยนความคิดที่จะช่วยให้ตนเองมีกำลังใจดีขึ้น
พยายามค้นหาปัญหา สาเหตุที่เกิดขึ้น ตามสภาพที่เป็นจริง
เพื่อที่จะสามารถจัดการกับปัญหาของตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่คนเราจะรับรู้และตระหนักว่า การจัดการกับปัญหาของตนเองนั้น เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเราเอง
เริ่มมองตั้งแต่ว่าสิ่งที่ได้ทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่สามารถทำได้ขณะนี้
มองปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่ดี และพยายามทำความเข้าใจกับปัญหา
และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทำให้เราเกิดความเข้าใจชัดเจน และตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง
และมองการใช้ประสบการณ์แก้ปัญหาที่ผ่านมา
ประยุกต์กับสถานการณ์ใหม่
ในขั้นนี้
การกระทำของคนเราจะได้รับข้อมูลย้อนกลับ
จากคนเราที่เกี่ยวข้อง
อาจจะทำให้เรารู้สึกสับสน
คับข้องใจ และไม่มั่นใจ
แต่อย่างไรก็ตามคนเราจะเริ่มตระหนัก
และเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
และการกระทำของตนที่ผ่านมา
และเรา จะเริ่มเปลี่ยนความคิด
และพร้อมจะกระทำทุกสิ่ง ทุกอย่าง
เพื่อให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 2 การสะท้อนอย่างมีวิจารณญาณ
หมายถึงการที่คนเราพยายามทบทวนเหตุการณ์ สถานการณ์ประกอบการตัดสินใจ และจัดการกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม
โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัญหาก่อน และก็พยายามแสวงหาทางเลือก
เพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ
อันจะนำไปสู่การแก้ไขและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ความรู้สึกมีพลังอำนาจในการควบคุมตนเองจะพัฒนาขึ้น เป็นความคิดใหม่
ที่แสดงให้คนเราเห็นว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ที่ไร้ความสามารถ
คนเราจะเริ่มเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังจากที่คนเราได้คิดวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างละเอียด
ซึ่งการคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ จะเป็นการช่วยให้คนเรามีความรู้สึกมั่นใจในความรู้ความสามารถ
การตัดสินใจของตนเอง
ซึ่งนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม
และช่วยให้คนเรามีความรู้สึกเข้มแข็ง มีความสามารถและมีพลังอำนาจมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 3 การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม
หมายถึง การที่คนเราพร้อมที่จะควบคุม และจัดการกับปัจจัยต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัญหา โดยการตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติที่ตนเองคิดว่าเหมาะสม
และดีที่สุด เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาของคนเรา ซึ่งอาจจะจะมีทางเลือกหลายวิธีการ
และมีความแตกต่างกัน
โดยที่การตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติ จะต้องเป็นวิธีที่แก้ปัญหาให้แก่ตนเองได้
สามารถตอบสนองความต้องการของตนเอง
เป็นวิธีที่สร้างความอบอุ่น
และสามารถเปิดกว้าง
ในการที่คนเรา
และคนอื่น ๆ จะนำไปใช้
เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
โดยขั้นตอนนี้คนเราจะมีพันธะสัญญากับตนเองว่า
สิ่งที่คิดว่าทำแล้วเป็นผลดีกับตนเองก็จะทำ
การเรียนรู้ในการแก้ปัญหา
เป็นการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาจากการใช้ประสบการณ์เดิม
และการเรียนรู้ในการคงพฤติกรรมนั้นไว้
โดยจะไม่ย่อท้อ
ต่อความตั้งใจที่จะดูแลตนเอง
พยายามกระทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเอง
ขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนที่ 4 การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
หมายถึง การปฏิบัติต่อเนื่อง
ในการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตนเองเลือกใช้
และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางนั้นอย่างต่อเนื่อง
มีการแก้ไขปัญหาเมื่อพบปัญหา
ซึ่งเมื่อคนเราได้นำวิธีการที่เลือก
ไปปฏิบัติแล้วเกิดประสิทธิภาพ
หรือประสบความสำเร็จ
คนเราก็จะรู้สึกมั่นใจ
รู้สึกมีพลังอำนาจ
มีความสามารถและจะคงไว้
ซึ่งพฤติกรรมการแก้ปัญหานั้น
ในครั้งต่อไปได้
การรับรู้พลังอำนาจในตนเอง
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
อาจจะนำมาซึ่งการรับรู้
ตนเองว่า
มีความสามารถในการจัดการหรือควบคุม
สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้ ใน 4 ด้าน คือ
ความรู้สึกถึงความสำเร็จในสถานการณ์ของตนเอง
ความพึงพอใจในตนเอง
การพัฒนาตนเอง
และการให้ความหมายในชีวิต
สรุปได้ว่า การเสริมสร้างพลังอำนาจ
หมายถึงกระบวนการที่ส่งเสริมให้คนเรามีพลัง
มีความสุข
และมีอำนาจในการตัดสินใจ
สามารถเลือกใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น
นำมาสู่ความเข้าใจ และสามารถพัฒนาตนเอง
ให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองได้
และให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
มีขั้นตอนทั้งหมด 5 ขั้นตอนได้แก่
การเปิดเผยความเป็นจริง
การสะท้อนอย่างมีวิจารณญาณ
การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม
การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
ซึ่งหากเราสามารถสร้างความเข้มแข็งให้ตนเอง
ด้วยการการเสริมสร้างพลังอำนาจ
ก็จะทำให้เรามีพลัง
มีความสุข
และมีอำนาจในการตัดสินใจ
สามารถเลือกใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ของตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น
นำมาสู่ความเข้าใจและสามารถ
พัฒนาตนเองให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ
ด้วยตนเอง ให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ก็จะนำมาซึ่งความรู้สึกที่ดีต่อตนเองได้แน่นอน
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
หมายถึงกระบวนการส่งเสริมให้คนเรามีพลัง มีความสุข และมีอำนาจในการตัดสินใจเลือก ที่จะใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น นำไปพัฒนาตนเอง ให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
แนวคิดเกี่ยวกับการเสริมสร้างพลังอำนาจ เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวคนเรา
และมีลักษณะสำคัญ 5 ประการ
ประการที่ 1 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการเพิ่มความสามารถและส่งเสริมให้คนเรากำหนดแนวทางการดูแลตนเอง
และควบคุมตนเองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีทาง ที่สร้างสรรค์
เช่น การเลิกดื่มสุรา
การงดสูบบุหรี่
การทำงานให้สำเร็จ
การฝึกฝนในกีฬาที่ตนชื่นขอบ
เป็นต้น
ประการที่ 2 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการของการปฏิบัติต่อกันบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน
เช่น การมองคนอื่นในแง่ดี
การเคารพความคิดเห็นและคำแนะนำของคนอื่น
แล้วนำความคิดเห็นนั้น
มาปรับปรุงตนเอง เป็นต้น
ประการที่ 3การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสายสัมพันธ์และการเชื่อมโยงระหว่างคนเรา
กับชุมชน และสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา เช่น
เมื่อเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ
สังคมก็จะให้ความสำคัญ ยกย่อง ชมเชย
และเมื่อเราทำได้แม้เพียงเล็กน้อย
สังคมหรือผู้คนรอบตัวก็จะช่วยให้เรามีพลัง เพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปได้
ประการที่ 4 การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการเพิ่มแหล่งพลังอำนาจที่ช่วยสร้างโอกาสความสามารถ และประสิทธิภาพให้กับคนเรา เช่น
เมื่อเรามีความตั้งใจ มุ่งมั่น ไม่ท้อ
ก็จะเป็นการเสริมประสิทธิภาพให้เรามีพลัง
เพื่อทำสิ่งที่เราจินตนาการ
หรือสร้างภาพฝันต่อไปได้
ข้อสุดท้าย
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
เป็นกระบวนการมีส่วนร่วม และการได้รับการสนับสนุน เช่น
เมื่อเรามีความพยายามที่จะก้าวผ่านปัญหา อุปสรรค
และลุกขึ้นมาเผชิญปัญหาอย่างมีสติ
และได้รับการสนับสนุน ให้กำลังใจ
มีการยกย่อง ชมเชย หรือมีการรวมพลังทำความดีด้วยใจ
รู้จักให้โดยไม่หวังสิ่งตอบเป็นน้ำใจของคนที่จะเสริมพลัง
การมองตนเองว่ามีค่า เห็นคุณค่า ชื่นชม
ให้กำลังใจกันและกัน
จะช่วยให้คนเรามีกำลังใจและมีพลังในการใช้ชีวิต
เพื่อเสริมสร้างความสุขทางใจให้เกิดขึ้นได้
ปัจจัยที่ทำให้คนเรามีกระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจ
เกี่ยวข้องกับปัจจัย 2 ปัจจัย
ได้แก่
ปัจจัยภายในตนเอง
หมายถึงปัจจัยที่อยู่ในตัวคนเรา
ซึ่งแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป
อันเป็นผลมาจากการสั่งสม เรียนรู้ และสร้างสมประสบการณ์ของแต่ละคน
ประกอบด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท
ความผูกพัน
ความรัก
ของคนเราต่อเรื่องนั้น ๆ
และ ปัจจัยระหว่างบุคคล
หมายถึงปัจจัยที่อยู่รอบตัวอันเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนเรากับคนอื่น
รวมถึงสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นระหว่างผู้คนในสังคม ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน
ประกอบด้วย การสนับสนุนทางสังคม
สัมพันธภาพระหว่างบุคคล
สิ่งแวดล้อม
บรรยากาศที่ดี
ความช่วยเหลือและความปรารถนาดีต่อกัน
ยอมรับในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ
ยึดมั่นในการที่จะปฏิบัติร่วมกัน
เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจัยภายในและปัจจัยระหว่างบุคคล
เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระบวนการของการเสริมสร้างพลังอำนาจ
อาศัยการมีส่วนร่วม
การสื่อสารที่ดี
มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติ
เพื่อให้คนเราเกิดความมั่นใจ
พึงพอใจในความสามารถของตนเอง
ทีนี้เราจะมาเรียนรู้เทคนิคการสร้างพลังอำนาจกัน
ซึ่งมีง่าย ๆ ทั้งหมด 4 ขั้นตอน
ตามแนวคิดของ ศาสตราจารย์ Cheryl Gibson
ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางการพยาบาลจากประเทศแคนาดา
ขั้นตอนที่ 1 การเปิดเผยความเป็นจริง
หมายถึง การทำให้คนเราเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวกับตนเอง
โดยเริ่มจากการที่คนเราจะต้องยอมรับเหตุการณ์ และสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนตามความเป็นจริง
และเราต้องทำความเข้าใจข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนั้นที่ถูกต้อง
มีอารมณ์
สติปัญญา
การรับรู้
และพฤติกรรมการตอบสนองต่อความจริงนั้นอย่างเหมาะสม
มีการเปลี่ยนความคิดที่จะช่วยให้ตนเองมีกำลังใจดีขึ้น
พยายามค้นหาปัญหา สาเหตุที่เกิดขึ้น ตามสภาพที่เป็นจริง
เพื่อที่จะสามารถจัดการกับปัญหาของตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่คนเราจะรับรู้และตระหนักว่า การจัดการกับปัญหาของตนเองนั้น เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเราเอง
เริ่มมองตั้งแต่ว่าสิ่งที่ได้ทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่สามารถทำได้ขณะนี้
มองปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่ดี และพยายามทำความเข้าใจกับปัญหา
และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทำให้เราเกิดความเข้าใจชัดเจน และตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง
และมองการใช้ประสบการณ์แก้ปัญหาที่ผ่านมา
ประยุกต์กับสถานการณ์ใหม่
ในขั้นนี้
การกระทำของคนเราจะได้รับข้อมูลย้อนกลับ
จากคนเราที่เกี่ยวข้อง
อาจจะทำให้เรารู้สึกสับสน
คับข้องใจ และไม่มั่นใจ
แต่อย่างไรก็ตามคนเราจะเริ่มตระหนัก
และเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
และการกระทำของตนที่ผ่านมา
และเรา จะเริ่มเปลี่ยนความคิด
และพร้อมจะกระทำทุกสิ่ง ทุกอย่าง
เพื่อให้การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 2 การสะท้อนอย่างมีวิจารณญาณ
หมายถึงการที่คนเราพยายามทบทวนเหตุการณ์ สถานการณ์ประกอบการตัดสินใจ และจัดการกับปัญหาได้อย่างเหมาะสม
โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัญหาก่อน และก็พยายามแสวงหาทางเลือก
เพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ
อันจะนำไปสู่การแก้ไขและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ความรู้สึกมีพลังอำนาจในการควบคุมตนเองจะพัฒนาขึ้น เป็นความคิดใหม่
ที่แสดงให้คนเราเห็นว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ที่ไร้ความสามารถ
คนเราจะเริ่มเลือกแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
หลังจากที่คนเราได้คิดวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วอย่างละเอียด
ซึ่งการคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ จะเป็นการช่วยให้คนเรามีความรู้สึกมั่นใจในความรู้ความสามารถ
การตัดสินใจของตนเอง
ซึ่งนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม
และช่วยให้คนเรามีความรู้สึกเข้มแข็ง มีความสามารถและมีพลังอำนาจมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 3 การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม
หมายถึง การที่คนเราพร้อมที่จะควบคุม และจัดการกับปัจจัยต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัญหา โดยการตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติที่ตนเองคิดว่าเหมาะสม
และดีที่สุด เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาของคนเรา ซึ่งอาจจะจะมีทางเลือกหลายวิธีการ
และมีความแตกต่างกัน
โดยที่การตัดสินใจเลือกวิธีการปฏิบัติ จะต้องเป็นวิธีที่แก้ปัญหาให้แก่ตนเองได้
สามารถตอบสนองความต้องการของตนเอง
เป็นวิธีที่สร้างความอบอุ่น
และสามารถเปิดกว้าง
ในการที่คนเรา
และคนอื่น ๆ จะนำไปใช้
เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้
โดยขั้นตอนนี้คนเราจะมีพันธะสัญญากับตนเองว่า
สิ่งที่คิดว่าทำแล้วเป็นผลดีกับตนเองก็จะทำ
การเรียนรู้ในการแก้ปัญหา
เป็นการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาจากการใช้ประสบการณ์เดิม
และการเรียนรู้ในการคงพฤติกรรมนั้นไว้
โดยจะไม่ย่อท้อ
ต่อความตั้งใจที่จะดูแลตนเอง
พยายามกระทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตนเอง
ขั้นตอนสุดท้าย ขั้นตอนที่ 4 การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
หมายถึง การปฏิบัติต่อเนื่อง
ในการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตนเองเลือกใช้
และมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางนั้นอย่างต่อเนื่อง
มีการแก้ไขปัญหาเมื่อพบปัญหา
ซึ่งเมื่อคนเราได้นำวิธีการที่เลือก
ไปปฏิบัติแล้วเกิดประสิทธิภาพ
หรือประสบความสำเร็จ
คนเราก็จะรู้สึกมั่นใจ
รู้สึกมีพลังอำนาจ
มีความสามารถและจะคงไว้
ซึ่งพฤติกรรมการแก้ปัญหานั้น
ในครั้งต่อไปได้
การรับรู้พลังอำนาจในตนเอง
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
อาจจะนำมาซึ่งการรับรู้
ตนเองว่า
มีความสามารถในการจัดการหรือควบคุม
สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้ ใน 4 ด้าน คือ
ความรู้สึกถึงความสำเร็จในสถานการณ์ของตนเอง
ความพึงพอใจในตนเอง
การพัฒนาตนเอง
และการให้ความหมายในชีวิต
สรุปได้ว่า การเสริมสร้างพลังอำนาจ
หมายถึงกระบวนการที่ส่งเสริมให้คนเรามีพลัง
มีความสุข
และมีอำนาจในการตัดสินใจ
สามารถเลือกใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น
นำมาสู่ความเข้าใจ และสามารถพัฒนาตนเอง
ให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองได้
และให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
การเสริมสร้างพลังอำนาจ
มีขั้นตอนทั้งหมด 5 ขั้นตอนได้แก่
การเปิดเผยความเป็นจริง
การสะท้อนอย่างมีวิจารณญาณ
การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม
การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ
ซึ่งหากเราสามารถสร้างความเข้มแข็งให้ตนเอง
ด้วยการการเสริมสร้างพลังอำนาจ
ก็จะทำให้เรามีพลัง
มีความสุข
และมีอำนาจในการตัดสินใจ
สามารถเลือกใช้แหล่งประโยชน์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
และสามารถใช้โอกาสในการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ของตนที่เกิดขึ้นร่วมกับผู้อื่น
นำมาสู่ความเข้าใจและสามารถ
พัฒนาตนเองให้สามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ
ด้วยตนเอง ให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ก็จะนำมาซึ่งความรู้สึกที่ดีต่อตนเองได้แน่นอน